ReadyPlanet.com
bulletวิธีการเคลียร์สิวอักเสบให้เกลี้ยงภายใน 2 สัปดาห์
bullet(( เคลียร์สิวอักเสบที่ไหล่ ))
bullet(( เคลียร์ปัญหารวมมิตร ))
bullet(( เรื่องราวของสิวอักเสบ ))
bullet(( รวมปัญหาสิวอักเสบ/รังแค ))
bullet(( ข้อมูลการรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเอง ))
bulletที่มาของสิวและการเกิดสิวแต่ละชนิด
bulletเป็นสิวอักเสบเต็มหน้า
bulletเป็นสิวอักเสบเต็มหลัง/เป็นสิวอักเสบที่หลัง
bulletเป็นสิวอักเสบที่แก้ม
bulletเป็นสิวอักเสบที่คาง
bulletเป็นรังแคเยอะมาก
bulletเคลียร์รังแคเรื้อรังเชื้อราบนหนังศีรษะ
bulletเคลียร์สิวผดสิวผื่นแบบง่ายๆ
bulletรวมภาพสิวอักเสบในแต่ละจุด
bulletเป็นสิวที่ท้ายทอย/เป็นสิวอักเสบที่ท้ายทอย
bulletเป็นสิวที่แก้ม/เป็นสิวอักเสบที่แก้ม
bulletวิธีรักษาสิวอักเสบ/แก้สิวอักเสบด้วยตัวเองในเบื้องต้น
bulletสิวขึ้นลำคอ
bulletเป็นสิวที่หน้าอก/หน้าอกเป็นสิว/สิวขึ้นตรงหน้าอก
bulletวิธีรักษาสิวที่หลังด้วยตัวเอง
bulletผิวหนังอักเสบเป็นตุ่มแดง
bullet หัวเป็นตุ่ม/หัวเป็นตุ่ม คัน/ หัวอักเสบ/หัวเป็นตุ่มสิว/หัวเป็นตุ่มหนอง
bullet((จากแบรนด์มาสเตอร์คลีน))
bulletผลิตภัณฑ์ของมาสเตอร์คลีนทั้งหมด
bulletการบํารุงผิวพรรณ
bulletเคล็ดลับการบํารุงผิวหน้าไม่ให้เป็นสิว
bullet(( จะเริ่มต้นบำรุงผิวพรรณเมื่อไหร่ดี? ))
bulletการบำรุงผิวด้วยน้ำผึ้งแท้
bulletการบำรุงผิวด้วยน้ำนมสดพลาสเจอร์ไรส์
bullet(( การเลือกใช้สบู่กรณีสิวอักเสบสิวผดผื่น ))
bullet(( การใช้แชมพูสำหรับหนังศีรษะอักเสบและรังแคเรื้อรัง ))
bulletแชมพูมาสเตอร์คลีนใช้ได้ดีกับปัญหาใด?
bulletมาสเตอร์คลีนคืออะไร?
bulletสิวคืออะไร?สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร?จะป้องกันสิวได้อย่างไร?
bulletเมื่อไหร่สิวจึงจะหายขาดแบบถาวร ?
bullet(( จะปฏิบัติตัวหรือทำตัวอย่างไรเมื่อเป็นสิว ?? ))
bullet(( วงจรการเกิดสิวและสิวอักเสบ ))
bullet(( เป็นฝีบ่อยๆ ))
bulletเกี่ยวกับสิวและที่มาของสิว
bullet อานุภาพของเชื้อแบคทีเรีย
bulletเป็นสิว/รักษาสิว
bulletสิวอักเสบในแต่ละจุด
bullet(( เทคนิคการเอาชนะสิวที่แก้ม ))
bulletเกี่ยวกับสิวอักเสบ( ที่มาของสิวอักเสบการดูแลรักษาสิวอักเสบ)
bulletข้อมูลเกี่ยวกับสิวและสิวอักเสบ
bulletเป็นสิวทําไงดี/เป็นสิวอักเสบ
bulletสิวอักเสบ
bullet((( วิธีรักษาสิวอักเสบ/วิธีป้องกันสิวอักเสบ )))
bulletการดูแลสิวอักเสบ/การรักษาสิวอักเสบ
bulletผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสิวอักเสบสิวผดผื่น
bulletเป็นผื่นคันน้ำเหลืองเสีย
bulletปัญหาสิวอักเสบ
bulletการทำความสะอาดสิวอักเสบด้วยสบู่เหลว
bulletกำจัดสิวอักเสบ
bulletกำจัดสิวอักเสบและสิวหนองอย่างไรให้รวดเร็ว?
bulletการแก้ปัญหาสิวอักเสบ
bulletการรักษาสิวอักเสบให้ได้ผลดี
bulletเป็นสิวอักเสบ
bulletเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้างอักเสบ
bulletการดูแลสิวอักเสบที่ใบหน้าและที่หลัง
bulletเป็นสิวที่หลัง/การรักษาสิวที่หลัง
bullet(( เป็นสิวที่คาง/เป็นสิวอักเสบที่คาง ))
bulletสิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่
bulletการรักษาสิวหัวช้าง/แก้สิวหัวช้าง
bulletสิวหนองหรือสิวหัวหนองคืออะไร?
bulletกำจัดสิวหัวหนองหรือสิวหนอง
bulletสิวอุดตัน/สิวอุดตันอักเสบ
bulletเป็นสิวเห่อที่คาง/เป็นสิวอักเสบที่คาง
bullet(( สิวผด ))
bulletสิวเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้าง
bulletสิวอักเสบและวิธีรักษาสิวอักเสบ
bulletรักษาสิวอักเสบ/ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอักเสบ
bulletยารักษาสิว
bullet(( สบู่รักษาสิวที่หลัง ))
bullet<< สบู่รักษาสิว >>
bulletสิว : ภัยคุกคามผิวหน้า
bulletเป็นสิว/เป็นสิวที่ใบหน้า
bulletเครื่องสำอางกับการเกิดสิว (cosmetic acne)
bulletเกี่ยวกับสิวและที่มาของสิว
bulletผิวที่ทำให้เกิดสิวอักเสบง่าย
bulletการรักษาสิวเบื้องต้น
bulletวิธีรักษาสิวดูแลสิวแต่ละชนิด
bulletแนวทางปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการเกิดสิว
bulletผดผื่นคัน/ เป็นผื่นคันตามตัว
bulletเป็นตุ่มอักเสบที่หน้าอก
bullet(( มีปัญหาเป็นผื่นคันตามผิวหนังบ่อยๆดูที่นี่ ))
bullet(( หนังศีรษะอักเสบ ผมร่วง ))
bulletเป็นเชื้อราที่หนังศีรษะทำให้ผมร่วงจริงหรือ?
bulletคันหัวจากเชื้อรา
bullet(( ผมร่วง คันศีรษะบ่อยๆ ))
bullet(( แชมพูรักษารังแค ))
bulletวิธีรักษารังแค/แก้รังแคด้วยตัวเอง
bulletหัวเป็นเชื้อราหรือศีรษะเป็นเชื้อรา
bulletหัวเป็นสิวหรือศีรษะเป็นสิวอักเสบ
bulletหัวอักเสบเป็นตุ่มหนอง/หัวอักเสบเป็นตุ่มคัน
bulletหนังศีรษะอักเสบเป็นหนอง
bulletรังแคจากเชื้อราบนหนังศีรษะ
bulletเทคนิคการกำจัดสิวเสี้ยน
bulletเป็นฝีที่รักแร้/เป็นฝีที่รักแร้ ทำไงดี
dot
Admin.
dot
bulletบริหารจัดการ
dot
เว็บไซต์ที่น่าเปิดดู
dot
bulletเปิดร้านกาแฟ/เปิดร้านสมูธตี้
bulletร้านแว่นตา.com
bulletช่างปั้น/งานปั้น/ทำแม่พิมพ์/ทำโมลด์


เคลียร์สิวผดสิวผื่นที่หน้าผาก, เคลียร์สิวผด,  สิวผื่นที่แก้ม, เคลียร์สิวผด,  สิวผื่นที่กราม,  คลิกดูที่นี่....
เคลียร์สิวอักเสบที่หน้าผาก, เคลียร์สิวอักเสบที่แก้ม, เคลียร์สิวอักเสบที่กราม, คลิกดูที่นี่....
เคลียร์สิวอักเสบที่หน้าอก, เคลียร์สิวอักเสบที่ไหล่, เคลียร์สิวอักเสบที่หลัง,  คลิกดูที่นี่....
เคลียร์รังแคเรื้อรังผมร่วง, เคลียร์หนังศีรษะติดเชื้อรา, เคลียร์สิวอักเสบที่หนังศีรษะ, เคลียร์หนังศีรษะอักเสบติดเชื้อ, เคลียร์ผื่นคันที่หนังศีรษะตุ่มหนอง, คลิกดูที่นี่....
เคลียร์สิวอักเสบ, เคลียร์สิวหัวหนอง, เคลียร์สิวหัวช้าง, เคลียร์สิวผดผื่น, เคลียร์สิวที่หลัง, เคลียร์สิวที่คาง, เคลียร์สิวที่หน้าผาก,    คลิกดูที่นี่....
กาแฟ, กาแฟสด, แฟรนไชส์กาแฟ, ร้านกาแฟ, เปิดร้านกาแฟสด, อุปกรณ์กาแฟ, เคาน์เตอร์กาแฟ, เปิดร้านกาแฟ, ทำร้านกาแฟ, ธุรกิจร้านกาแฟ
สบู่เหลว, แชมพูสมุนไพร, ครีมหน้าเด้ง, ครีมกระชับผิวหน้า, เสริมความงาม, บำรุงผิวพรรณ, ครีมบำรุงหน้า, สบู่แก้สิว, สิวอักเสบ, สิวหนอง, สิวหัวช้าง, รักษาสิวอักเสบ, กำจัดสิวอักเสบ, แก้สิวอักเสบ, ผิวหนังอักเสบ, หนังศีรษะอักเสบ, ฮ่องกงฟุต, น้ำกัดเท้า
ร้านแว่นตา,แว่นสายตา,ตัดแว่นตามตัดแว่นสายตา, สายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง, ซื้อแว่นตา, ตัดแว่น, แว่นตาราคาถูก


ยารักษาสิว

                  

ความจริงเป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ความจริงได้ที่นี่..

ถึงเวลาบอกลาสิวอักเสบ, สั่งลาสิวที่หลัง อำลาสิวที่คาง, บอกลาสิวที่แก้ม, สิวผดผื่น, ผดผื่นคันตามตัว, ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ

บอกลาศีรษะเป็นรังแคเรื้อรัง, อำลาหนังศีรษะอักเสบ, สั่งลาสิวอักเสบที่หนังศีรษะ,หนังศีรษะติดเชื้อ, หนังศีรษะเป็นเชื้อรา

สบู่เหลวมาสเตอร์คลีน ช่วยทำความสะอาดใบหน้าและผิวหนังที่สกปรก สิ่งแปลกปลอมต่างๆคราบไขมันอันเป็นแหล่งเพาะเชื้อที่ก่อให้เกิดการอักเสบของสิวอักเสบและผิวหนังอักเสบ สิวผดผื่นหรือผดผื่นคันตามผิวหนัง ใช้เป็นประจำช่วยให้ใบหน้าและผิวหนังมีสุขภาพดี ห่างไกลจากสิวผดผื่นคันและการอักเสบของผิวหนัง

เอาชนะสิวอักเสบ/สิวหนอง/สิวหัวช้าง/สิวที่หลัง/สิวที่แก้ม/สิวที่คาง/สิวผดผื่น/ผดผื่นคันตามตัวได้ง่ายๆด้วยมาสเตอร์คลีน ชัดเจนและแน่นอน

   ขึ้นชื่อว่าสิว ถือว่าเป็นโรคผิวหนังอีกชนิดหนึ่งที่เป็นๆหายๆจนทำให้เครียดและน่ารำคาญได้ สำหรับการใช้ยารักษาสิวนั้น เมื่อรักษาหายแล้ว มันก็อาจกลับมาเป็นอีก เหตุเพราะต้นเหตุแห่งสิวมันไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้เพียงครั้งเดียว และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดของสิวก็มีมากมาย ทั้งปัจจัยภายในตัวเรา ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้หรือกำจัดให้หมดไปได้ และปัจจัยภายนอกร่ายกายเรา ซึ่งก็ยากที่จะหลบหลีกหรือหลีกเลี่ยงได้ในบางครั้ง ดังนั้นเมื่อเป็นสิวขึ้นมาครั้งใดก็ต้องลงมือรักษาในแต่ละครั้งไป สำหรับยารักษาสิวก็มีจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อในท้องตลาด ทั้งยารักษาสิวของไทยและต่างประเทศ ในการเลือกซื้อยารักษาสิวมาใช้ต้องพิจารณาไตร่ตรองให้ดี ในเรื่องผลกระทบ ผลข้างเคียงต่างๆ ทางที่ดีในการใช้ยารักษาสิวควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการใช้ยารักษาสิวผิดหรือผลกระทบที่จะติดตามมา การรักษาสิวที่ถูกวิธีควรรู้ต้นเหตุหรือที่มาของสิวก่อน ว่าเป็นสิวเกิดจากสาเหตุใด เป็นสิวแบบไหน การใช้ยารักษาสิวจะต้องใช้ยาประเภทใด แต่ก็อย่างว่าขึ้นชื่อว่าสิวเป็นโรคผิวหนังที่เป็นๆหายๆอย่างที่กล่าวมา จะใช้ยารักษาชนิดใดยี่ห้อใดก็ตาม ต้องคิดเสมอว่าไม่มียารักษาสิวยี่ห้อใดๆที่สามารถรักษาได้แบบถาวรประเภทไม่มีสิวกลับมาปรากฎอีก ดังนั้นเมื่อรักษาหายไปแล้ว ก็อาจจะกลับมาเป็นใหม่ไม่ช้าก็เร็ว ซึ่งขึ้นอยู่กับสาเหตุ ทางที่ดีในการใช้ยารักษาสิว ควรมียารักษาสิวที่ป้องกันการเกิดสิวไว้ล่วงหน้าก่อน ซึ่งเป็นการสกัดกั้นก่อนที่จะเกิดสิวขึ้นก่อน การรักษาก็จะทำได้ง่าย รวดเร็ว อย่าปล่อยไว้ให้เรื้อรังอักเสบเป็นเวลานานๆ เพราะจะทำให้เกิดแผลเป็นและติดเชื้อได้ ถึงแม้สิวจะไม่ใช่โรคผิวหนังที่ติดต่อกันได้ แต่ก็สามารถรุกลามไปบริเวณเซลล์ข้างเคียงของผู้ที่เป็นได้ ทำให้ขยายวงกว้างขึ้น ทำให้ผิวถูกทำลายได้ง่ายๆเพราะสิว การใช้ยารักษาสิวประเภทยาปฏิชีวนะที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ในบางครั้ง อาจจะทำให้ผิวระคายเคืองได้ ดังนั้นการใช้ยารักษาสิวในแต่ละครั้งควรคำนึงถึงความปลอดภัย การแพ้ยาง่าย ความปลอดภัยต้องมาก่อน แต่ผู้ที่เป็นสิวส่วนมากจะหาซื้อยารักษาสิวมาใช้เอง ซึ่งอาจทำให้ปัญหามากขึ้นกว่าเดิม

เทคนิคการรักษาสิวอักเสบไม่ให้เกิดแผลเป็นติดตามมาในภายหลัง

เมื่อเกิดปัญหาเป็นสิวอักเสบ ส่วนใหญ่จะเกิดแผลเป็นติดตามมาแทบทุกครั้ง ทั้งจากแผลเป็นจากสิวอักเสบที่สลายตัวไปแล้ว และสิวอักเสบที่ยังแอคทีฟอยู่ รวมทั้งสิวอักเสบที่ถูกกดถูกบีบโดยฝีมือผู้เป็น แผลเป็นที่เกิดขึ้นคือเซลล์ที่ถูกทำลายหรือเซลล์ที่ตายแล้วนั่นเอง ทำให้เกิดรอยดำหรือรอยแดงตามผิวหนังขึ้น ซึ่งกว่าจะขัดเซลล์ใหม่ได้ต้องใช้เวลานาน แน่นอนว่าแผลเป็นที่เกิดขึ้นจากสิวอักเสบสร้างปัญหาทำให้ใบหน้าหรือผิวหนังไม่สวยงามน่ารังเกียจ ในบางรายแผลเป็นจากสิวอักเสบมีมากจนอาจทำให้เครียดและกลุ้มใจได้ ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตให้เสื่อมได้

  วิธีการรักษาสิวอักเสบไม่ให้เกิดแผลเป็น / เทคนิคการรักษาสิวอักเสบไม่ให้เกิดแผลเป็น

การอักเสบของสิวอักเสบใช้เวลาช้าหรือเร็วแตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง ในบางครั้งแค่ข้ามคืนสิวอักเสบก็กลายเป็นหนองแล้ว กรณีนี้เซลล์ผิวหนังถูกทำลาย 100% ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันการณ์ แต่ถ้าสิวอักเสบที่เกิดขึ้นนั้น เป็นสิวอักเสบนูนแดงไม่มีหนอง ไม่มีหัวและเพิ่งเกิดขึ้นในวันแรก กรณีเช่นนี้สามารถยับยั้งการเกิดแผลเป็นได้ โดยต้องจัดการรักษาสิวอักเสบที่เกิดขึ้นให้หายเร็วที่สุด ซึ่งเซลล์จะไม่ถูกทำลายทั้งหมด ดังนั้น เซลล์บริเวณที่เกิดสิวอักเสบก็จะไม่มีแผลเป็นเกิดขึ้นตามมา 

  สิ่งสำคัญที่ควรปฏิบัติเมื่อเกิดสิวอักเสบทุกครั้ง

1. ห้ามกดหรือบีบสิวอักเสบที่เกิดขึ้น

2. ไม่ควรรบกวนบริเวณที่เกิดสิวอักเสบบ่อยๆ

3. ดูแลในเรื่องความสะอาด

4. พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรเครียดหรือกังวลใจใดๆ

5. งดปัจจัยใดๆก็ตามที่จะก่อให้เกิดหรือสร้างปัญหาให้มากขึ้น 

  การรักษาสิวแบบต่างๆซึ่งเป็นยารักษาสิวแผนปัจจุบัน

หลักเกณฑ์ในการรักษาสิวค่อนข้างจะตรงไปตรงมาตามพยาธิกำเนิด ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการรักษาไม่สามารถจะรักษาสิวให้หายได้อย่างรวดเร็วทันใจภายใน 1 สัปดาห์ การรักษาอาจจะพอเห็นผลดีขึ้นบ้างอย่างน้อยภายใน 2-4 สัปดาห์ ซึ่งถ้าได้รับการรักษาที่เหมาะสมจะดีขึ้นประมาณ
40% เมื่อรักษาได้ครบ 2 เดือน, เมื่อครบ 4 เดือนจะดีขึ้นประมาณ 60% และเมื่อครบ 6 เดือนจะดีขึ้นประมาณ 80% หรือมากกว่ายาทา
ยาทาที่ใช้รักษาสิวออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ ฤทธิ์กำจัดหัวสิว ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ
ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่
1. Benzoyl peroxide ซึ่งออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อ P. acnes และลดปริมาณกรดไขมันอิสระอีกทั้งช่วยลดขนาดและจำนวนของ comedones รวมทั้งรอยสิวที่อักเสบลงได้ด้วย ดังนั้นยานี้ได้ผลดี ทั้งสิวอักเสบและไม่อักเสบ Benzoyl peroxide อาจจะทำให้ ผิวหนังเกิดอาการระคาย แห้ง ลอกและอาการผื่นแพ้จากการสัมผัสได้ แนะนำให้ใช้ยาเพียง 5-10 นาที วันละ 2 ครั้งแล้วล้างยาออกด้วยน้ำเปล่า เมื่อเริ่มคันกับการใช้ยาจึงเพิ่มเวลาในการทายาให้นานขึ้น ผลิตภัณฑ์ Benzoyl peroxide มีหลายรูปแบบในความเข้มข้น 2.5%, 5% และ 10% ในรูปของ gel และ lotion ซึ่งโดยทั่วไปเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ของยาในชนิด gel ออกฤทธิ์ดีกว่า lotion และตัวยาในความเข้มข้น 2.5% ได้ผลในการรักษาพอๆ กับ 5% และ 10% อีกทั้งยังก่อให้เกิดอาการระคายผิวน้อยกว่าด้วย

2. antibiotics ชนิดทาเฉพาะที่ ออกฤทธิ์เป็น bacteriostatic และออกฤทธิ์ลดการอักเสบ ยากลุ่มนี้จะได้ผลดีกับรอยโรคชนิดอักเสบ คือ ตุ่มนูนแดงแข็ง (papule) และสิวหนองชนิดตื้นหรือลึก (pustules) แต่รอยโรคแบบ comedo และสิวขนาดใหญ่ เป็นถุงใต้ผิวหนังภายในมีหนองหรือสารเหลวๆ คล้ายเนย (cyst) อาจจะไม่เปลี่ยนแปลง ยา clindamycin และ erythromycin ใช้ทาได้สะดวก และผลที่ได้ใกล้เคียงกัน รองลงมาคือ tetracycline ยากลุ่มนี้ถ้าใช้ต่อไปนาน ๆจะมีเชื้อโรคซึ่งดื้อต่อยา ยาทาต้านเชื้อแบคทีเรียทุกชนิด ใช้ทาวันละ 2 ครั้ง
Topical antibiotic ที่ใช้ทารักษาสิว ได้แก่
2.1 Clindamycin phosphate ความเข้มข้น 1% ใน hydroalcoholic vehicle หรือใน gel ยาทาประกอบด้วย Clindamycin phosphate 10 มก./มล. ใน 50% isopropyl alcohol และ propylene glycol solution หรืออาจจะใช้ตัวยาใน gel
2.2 Erythromycin base solution ความเข้มข้นต่างๆ กัน ตั้งแต่ 1.5-2% ยาทา ประกอบด้วย erythromycin base ใน propylene glycol และ alcohol solution
2.3 Tetracycline hydrochloride solution ประกอบด้วย tetracycline hydrochloride 2.2 มก./มล. ใน 40% ethanol solution หลังการทา tetracycline
hydrochloride แล้ว 1 ชั่วโมงจะทำให้ผิวหนังเป็นสีเหลืองอยู่ชั่วคราว อาจจะล้างออกได้โดยไม่ทำให้ผลของยาลดลง

3. Azelaic acid cream 1,7-heptane decarboxylic acid [COOH-(CH2 ) 7-COOH] เป็นยารักษาสิวที่ออกฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อ P. acnes และ S. epidermidis อีกทั้งยังลด keratohyalin granules และต้านการสร้าง keratin จึงมีผลยับยั้งการเกิด comedo นอกจากนี้ azelaic acid ยังมีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบแต่ไม่มีผลต่ออัตราการหลั่ง sebum ผลของการรักษาใกล้เคียงกับ benzoyl peroxide และ retinoic acid ในระยะแรกยานี้ใช้ เป็นยาทารักษาฝ้า โดยอาศัยฤทธิ์ที่เป็น competitive inhibitors ของ tyrosinase พบว่าเมื่อใช้ยานี้ทารักษาฝ้า โรคสิวก็ทุเลาขึ้นด้วย และผลดีในการรักษาสิวก็มีรายงานยืนยัน ผลข้างเคียงของยาพบได้บ้าง เช่น อาการแสบ คัน แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ทนได้ อาจจะใช้ Azelaic acid ครีมอย่างเดียว ทาเพื่อรักษาสิวชนิดที่ไม่รุนแรงนัก แต่อาจจะใช้ร่วมกันกับยารับประทาน เช่น antibiotics หรือ antiandrogens 20% Azelaic acid cream มีจำหน่ายในชื่อ Skinoren® ใช้ทาผิวหนังวันละ 2 ครั้ง

4. Tretinoin (Trans-retinoic acid; Vitamin A acid) ผลิตภัณฑ์ยามีในรูป cream, lotion และ gel มีจำหน่ายในชื่อ Airol® และ Retin-A® หรืออื่นๆ อีก ความเข้มข้นของยา 0.1%, 0.05% cream หรือ 0.05% liquid, 0.01%, 0.025% gel Tretinoin เป็นยาที่ออกฤทธิ์เป็นยาที่กำจัดหัวสิว (comedolytic agent) ที่ดีที่สุด ช่วยยับยั้งการเกิด comedo ขึ้นใหม่ และทำให้ comedo ซึ่งเกิดขึ้นแล้วหลวมตัวหลุดออกไปง่ายขึ้น tretinoin ไม่ เพียงแต่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนของการสร้าง keratin ภายในขุมขนเท่านั้น ยังสามารถลดจำนวนชั้น stratum corneum ที่ปกติด้วย ดังนั้นการทายา tretinoin จึงช่วยให้ยาตัวอื่นผ่านผิวหนังได้ดีขึ้นด้วยTretinoin เหมาะที่จะใช้ทาเพื่อรักษาสิวหัวดำและสิวหัวขาว (comedo acne) อาจจะใช้ยานี้เพียงอย่างเดียว หรือจะใช้ร่วมกับ benzoyl peroxide gel หรือยาทาต้านเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นๆ ด้วยก็ได้

ข้อแนะนำในการใช้ tretinoin ทารักษาสิว มีดังนี้

1. การทายาอาจจะทำให้หน้าแดงและลอกบ้าง ซึ่งเป็นผลของการรักษาแต่จะต้องระวังไม่ให้แดงและลอกมากเกินไป
2. ผู้ป่วยที่มีผิวสีอ่อน และเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย ควรใช้ยาในรูปของครีมโดยเริ่มต้นที่ความเข้มข้นต่ำก่อน คือใช้ครีม 0.05% หรือถ้าจะใช้ gel ก็ให้ใช้ 0.01% คนที่มีผิวคล้ำหรือทนต่อยาได้ดี ก็อาจจะใช้ครีม 0.1% gel หรือ ยาน้ำ 0.025%
3. ยาทาชนิดอื่น ควรจะหยุดหมดทุกอย่างก่อนเริ่มต้นการรักษาด้วย retinoic acidควรล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ฟอกสบู่อย่างมาก แค่วันละ 2 ครั้ง
4. ผู้ที่ใช้ยา retinoic acid จะทนต่อแสงแดดได้ไม่ดีนัก และยาอาจจะระคายผิวได้ จึงควรทายาเพียงวันละ 1 ครั้งก่อนนอน ทายาบางๆ ทั่วใบหน้ายกเว้นรอบตาและริมฝีปาก ควรทาบนผิวหนังที่แห่งสนิทดีแล้วประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนนอน ควรทายาภายหลังล้างหน้าแล้วอย่างน้อยที่สุด15 นาที
5. เลี่ยงการถูกแสงแดดแรงกล้า อาจจะทายากันแดดช่วยในตอนกลางวัน
6. ผิวหนังจะแดงและลอกบ้างภายใน 1 สัปดาห์ จะเป็นอยู่ประมาณ 3-4 สัปดาห์ และภายใน 2-4 สัปดาห์แรกอาจจะรู้สึกว่าสิวเห่อมากขึ้น เนื่องจากหัวสิวกำลังจะโผล่มาสู่ผิวนอก ไม่ต้องกังวล
7. กว่าหัวสิวจะหลุดหมดต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จะด่วนตัดสินผลการรักษาก่อน8 สัปดาห์ไม่ได้
8. ถ้าจะใช้เครื่องสำอาง ควรเป็นชนิด water-based cosmetic ชนิดที่ไม่เป็นมันล้างน้ำออกได้ง่าย และไม่พอกจนหนา
9. ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถทนที่จะใช้ครีมที่ ความเข้มข้น 0.05% หรือ gel 0.01%ทุกๆ วันได้ ก็ให้เว้นการทาลงบ้าง เช่น ทาคืนเว้นคืน หรือทาคืนเว้น 2 คืน
10. เมื่อรอยโรคหายไปหมดแล้ว ควรจะต้องทายานี้ต่อไปอีก

การใช้ tretinoin ร่วมกับยาต้านเชื้อแบคทีเรีย

การทา tretinoin เพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันและกำจัด comedones ส่วนการทา benzoyl peroxide และ antibiotics ต่างๆ เพื่อกำจัดเชื้อ P. acnes และลดการอักเสบ นอกจากนั้น tretinoin ยังช่วยให้การดูดซึมของยาทาชนิดอื่นดีขึ้นด้วย มีข้อแนะนำได้กล่าวบ้างในตอนต้นคือ
1. ให้ทา tretinoin cream ตอนกลางคืน ตามคำแนะนำการใช้ 10 ข้อดังกล่าวแล้ว
2. ทา benzoyl peroxide gel หรือทา antibiotics อื่นๆ ชนิดใดชนิดหนึ่งในตอนเช้า
3. เมื่อรอยสิวหมดไปแล้ว ให้ทายาต่อไป โดยลดความเข้มข้นของยา และลดความบ่อยในการทายาลง
4. ยา tretinoin และ benzoyl peroxide ห้ามทาในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้เพราะการผสม tretinoin ซึ่งเป็นสารไม่อิ่มตัวอย่างมากกับ benzoyl peroxide ซึ่งเป็น reactive oxidantsจะทำให้ยาทั้งสองชนิดต่างถูกทำลาย
5. ยาทาที่ทำให้ผิวหนังแห้ง, ลอก และสบู่ล้างหน้า ผู้ป่วยสิวที่หน้าเป็นมันมาก การล้างหน้า ฟอกสบู่จะช่วยชะล้างความมันบนผิวหน้าออกไปได้ชั่วคราว จะเป็นประโยชน์บ้างเสริมกับการรักษาด้วยยา ทั้งนี้จะต้องไม่ล้างฟอกมากหรือบ่อยเกินไป ล้างแค่วันละ 2 หรือ 3 ครั้งอย่างมากก็พอแล้ว

ยารับประทาน
ผู้ป่วยซึ่งเป็นสิวชนิดที่รุนแรงขึ้น มี papule (หัวสิวที่อักเสบ มีลักษณะเป็นตุ่มแข็งสีแดง), pustule (หัวสิวที่เป็นหนองชนิดตื้นและลึก), cyst และแผลเป็น นอกจากจะใช้ยาทาดังกล่าวแล้ว ควรให้ยารับประทาน เช่น antibiotics ร่วมด้วย

การรักษาด้วย antibiotic จะยังประเมินผลของการรักษาไม่ได้จนกว่าให้การรักษาไปแล้ว นาน 6-8 สัปดาห์ และมักจะต้องให้ต่อไปอีกนานหลายเดือน หรือเป็นปี

1. ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย มีหลายชนิดที่สามารถเลือกนำมาใช้รักษาสิวได้ ได้แก่
1.1 Tetracycline
เป็นยาต้านเชื้อแบคทีเรียตัวแรกที่ควรจะเลือกใช้รักษาสิวด้วยเหตุผลหลายประการคือ เป็นยาที่ราคาถูก ผลข้างเคียงน้อยและ ผู้ป่วยสามารถทนยาได้ดีถ้าต้องใช้เป็นเวลานาน ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ อาการระคายทางเดินอาหารบ้างเล็กน้อยและเกิด Candida vaginitis ถ้าเด็กหรือหญิงมีครรภ์รับประทานยานี้ จะทำให้ฟันของเด็กมี enamel hyperplasia และทำให้ฟันเปลี่ยนสี เด็กที่อายุ 12 ปีขึ้นไป ฟันแท้ขึ้นแล้วก็รับประทานยาได้ ยา tetracycline จะทำปฏิกิริยากับ metallic ions คือ AL3+, Mg2+ และ Ca2+ ซึ่งมีอยู่ในยาต้านกรดในกระเพาะอาหาร (antacid) และในอาหารประเภทผลิตภัณฑ์นมทุกชนิด ดังนั้นจึงต้องไม่รับประทานยา tetracycline พร้อมกับยาและอาหารประเภทดังกล่าว ขนาดของยา tetracycline ในระยะแรกให้ 250 มก. วันละ 4 ครั้ง หรือ 500 มก. วันละ 2 ครั้ง ควรรับประทานยาเวลาท้องว่างคือ ก่อนอาหารครึ่ง ชั่วโมงหรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง รับประทานยาจนกระทั่งสิวทุเลาขึ้นชัดเจน จึงลดขนาดยาลงเหลือวันละ 250-500 มก.
1.2 Erythromycin
เป็นยาต้านเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ 2 ที่จะเลือกนำมาใช้รักษาสิวโดยเฉพาะในเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี เริ่มยาในขนาดวันละ 1 กรัม เมื่อโรคทุเลาจึงลดขนาดลงเช่นเดียวกับ tetracycline
1.3 Minocycline
เป็นยาต้านเชื้อแบคทีเรียที่มีประโยชน์มากในการรักษาสิว ยาละลายได้ดีมากในไขมันและผ่านเข้าไปใน sebaceous follicle ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในรายที่ผลของการรักษาไม่ดีด้วยการรับประทาน tetracycline ก็ยังได้ผลดีต่อการรักษาด้วย minocycline ผลข้างเคียง อาจจะมีอาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าได้รับยาขนาดสูงในระยะแรกเริ่มของการรักษา ขนาดของยาในระยะแรกให้ 50 มก./วัน แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นช้าๆ ขนาดสูงสุดอาจจะถึง 100 มก. วันละ 2 ครั้ง ในรายที่การตอบสนองต่อยา tetracycline และ erythromycin ไม่ดีเท่าที่ ควรก็เปลี่ยนมาใช้ minocycline ผลจะดีขึ้น doxycycline ก็ให้ผลดีเช่นเดียวกัน
1.4 Clindamycin เป็นยาที่ได้ผลดีมากในการรักษาสิว แต่เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิด pseudomembranous colitis ทำให้มีข้อจำกัดในการใช้ อาจจะเลือกใช้ยานี้ได้ในรายที่เป็นสิวอย่างรุนแรง และรักษาไม่ได้ผลดีด้วยวิธีอื่นๆ ขนาดของยาที่ใช้คือ 300-450 มก./วัน

2. Retinoid
Isotretinoin เป็นอนุพันธ์ของกรดวิตามิน เอ ใช้ในการรักษาสิวชนิดรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาปฏิชีวนะดังที่กล่าวมาแล้ว ยาตัวนี้ออกฤทธิ์ทำให้ต่อมไขมันมีขนาดเล็กลง การหลั่งไขมันลดลง ช่วยให้การสร้างเคอราตินของท่อต่อมไขมันกลับเข้าสภาพปกติ ลดการอักเสบของสิวและลดปริมาณ P. acnes ด้วย ขนาดที่ใช้คือ 20-30 มก./วัน ให้นานติดต่อกัน 16-20 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นผลเมื่อเวลาผ่านไป 3-4 สัปดาห์ ในผู้ป่วยบางรายมีสิวเห่อมากขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก แต่ไม่จำเป็นต้องหยุดรับประทานยา ไม่ควรใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะกลุ่ม tetracycline เนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะ pseudotumor cerebri

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ cheilitis, xerosis, conjunctivitis การเปลี่ยนแปลงของระดับโคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และ SGOT สูงขึ้น ผลข้างเคียงที่สำคัญ คือ teratogenic effect พบได้ถึงร้อยละ 30 ในหญิงมีครรภ์ขณะรับประทานยาตัวนี้ ฉะนั้นควรหยุดยาอย่างน้อย 2 เดือนก่อนตั้งครรภ์

3. ฮอร์โมน
Cyproterone acetate ยาตัวนี้ออกฤทธิ์เป็นตัวต้าน androgen คุณสมบัติของยานี้คือ ลดขนาดและการหลั่งไขมันของต่อมไขมัน ใช้ได้เฉพาะผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีสิวสัมพันธ์กับการมีประจำเดือน หรือในผู้หญิงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาสิว ด้วยยาปฏิชีวนะทั่วๆ ไปที่กล่าวไปแล้ว ยาที่มีขายใน ท้องตลาดในรูปของยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีส่วนผสมของ cyproterone acetate 2 มก. และ ethinyl estradiol 0.05 มก. ยา 1 แผงประกอบด้วยยา 21 เม็ด เริ่มรับประทานยาเม็ดแรก ในวันแรกที่มีประจำเดือน เริ่มเห็นผลเมื่อใช้ยาไปนาน 3-4 เดือน ควรใช้ยานาน 6-12 เดือน โดยใช้ ควบคู่ไปกับยาทารักษาสิว ผลของการรักษาใกล้เคียงกับการใช้ tetracycline 1 กรัม/วัน

ผลข้างเคียงคล้ายคลึงกับยาคุมกำเนิดทั่วๆ ไป คือ คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักตัวเพิ่ม ประจำเดือนผิดปกติ และเป็นฝ้า ไม่ใช้ยานี้ในผู้ชาย เด็ก ผู้หญิงอายุต่ำกว่า 16 ปี หรือผู้หญิงอายุมากมีประวัติสูบบุหรี่จัด มี varicose vein

4. Spironolactone
ออกฤทธิ์ต้าน androgen ลด testosterone และ dehydroepian-drosterone ซึ่งทำให้ขนาดของต่อมไขมันและปริมาณของไขมันลดลงด้วย ยานี้ใช้ในผู้หญิงที่ไม่สามารถใช้ยา cyproterone acetate ได้ ไม่ควรใช้ยาตัวนี้ใน ผู้ชาย เนื่องจากทำให้เกิดภาวะ libido และหน้าอกโตขึ้นได้ ขนาดที่ใช้คือ 100-200 มก. รับประทานยานาน 6-12 เดือน โดยใช้ร่วมกับยาทารักษาสิว

การรักษาโดยวิธีทางกายภาพ

1. การใช้ความเย็น (liquid nitrogen) ใช้ไม้พันสำลีจุ่มใน liquid nitrogen และแตะที่สิวอักเสบที่เป็นซีสต์ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 วินาที แต่ละครั้งห่างกันนาน 2 นาที จุดประสงค์เพื่อช่วยลดการอักเสบ และความเย็นจะทำให้ผนังของซีสต์ถูกทำลายไป

2. การกดสิว ใช้รักษาสิวที่ไม่อักเสบทั้งชนิดหัวดำและหัวขาว เพื่อช่วยให้การกดสิวเป็นไปได้ง่ายขึ้น การกดสิวต้องทำให้ถูกหลักวิธี และสะอาด มิฉะนั้นจะทำให้หัวสิวที่อุดตันอยู่หลุดลงไปในชั้นหนังแท้ และทำให้เกิดการอักเสบมากกว่าเดิม

3. การฉีดสตีรอยด์ใต้หัวสิว ใช้ Kenacort® ความเข้มข้น 2.5 มก./มล. ในปริมาณ 0.25-0.1 มล. ฉีดเข้าที่ถุงสิวด้วยความระมัดระวัง การฉีดสตีรอยด์จะทำให้การอักเสบของสิวลดลงอย่างรวดเร็ว ข้อพึงระวัง คือ การฉีดยาลึกเกินไปหรือปริมาณยามากเกินไป ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิด atrophy หรือ purpura ขึ้นได้

 

การรักษารอยแผลเป็นและหลุมสิว

                           

ร่องรอยแผลเป็นจากการเป็นสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบ เมื่อสิวอักเสบยุบตัวลงแล้วมักจะทิ้งร่องรอยแผลเป็น หลุมสิวและรอบปรุไว้ที่ใบหน้า ทำให้ใบหน้าไม่เรียบ เป็นหลุมกระจายทั่ว ในการดูแลและรักษาหลุมสิวหรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวอักเสบ อันดับแรกเลยถ้าเกิดจากสิวจะต้องรักษาสิวให้หายก่อน  ส่วนการรักษาหน้าปรุ เป็นหลุม มีหลายวิธีด้วยกัน
   
วิธีแรก คือ การใช้เข็มเข้าไปเขี่ยที่ก้นหลุมแผลเป็นเพื่อสลายพังผืดและกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมา
   
วิธีที่สอง คือ การฉีดฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มลงไปในหลุมอันนั้น แต่จะอยู่ได้เพียง 6 เดือนและต้องทำซ้ำ
   
วิธีที่สาม คือ การกรอหน้า เดิมเคยใช้แปรงลวดหรือหัวขัดกรอหน้า แต่ปัจจุบันเครื่องมือเป็นเลเซอร์ยิงเพื่อปาดผิวหนังให้เรียบเสมอกัน เป็นวิธีที่นิยมทำกันอยู่ในปัจจุบัน  โดยการรักษาต้องทำประมาณ  3-5 ครั้งขึ้นไปจนกระทั่งผิวหนังเรียบ สำหรับการรักษาด้วยเลเซอร์ คนไข้อาจจะรู้สึกเจ็บ ดังนั้นจะมีการทายาชาให้ก่อน  นอกจากนี้เลเซอร์อาจทำให้เกิดรอยดำได้ แต่จะเป็นอยู่ไม่นานก็หายไป
   
ถ้าหลุมสิวลึกมาก การรักษาด้วยเลเซอร์อาจจะได้ผลไม่ค่อยดี เพราะถ้ายิงเลเซอร์ลึกไปอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ ดังนั้นหมอผิวหนังอาจรักษาด้วยวิธีการอื่น  เช่น ใช้เครื่องมือพิเศษตัดแผลเป็นออกแล้วเย็บติดกัน แทนที่จะเห็นเป็นหลุมก็จะเห็นเป็นเส้นจาง ๆ
   
ต้องบอกก่อนว่า เวลาหน้าเป็นหลุมแล้วไม่ใช่ว่ารักษาด้วยเลเซอร์แล้วหลุมจะหายสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน 100 เปอร์เซ็นต์  อาจแค่ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น  ทำให้ดูดีขึ้นกว่าเดิม พอหลุมสิวตื้นขึ้น คนไข้ก็ดูดีขึ้น ผู้หญิงก็สามารถแต่งหน้าได้สบายใจขึ้น
   
สรุปว่าการรักษาขึ้นอยู่กับความลึกของหลุมบนใบหน้า ถ้าหลุมตื้นการใช้เลเซอร์จะได้ผลดี แต่ถ้าหลุมลึก กว้าง ก็จะใช้วิธีผสมผสานหลายอย่างร่วมกัน เช่น กรอส่วนหนึ่ง หรือตัดเย็บแผลใหม่
   
สำหรับการป้องกันไม่ให้หน้าปรุ เป็นหลุมสิว คือ การรักษาสิวให้ถูกวิธี อย่าบีบ อย่าแกะเวลาเป็นสิว  รวมทั้งการกดสิวด้วยตัวเองก็ควรเลี่ยง เพราะมีโอกาสจะทำให้เกิดหลุมสิวได้ง่าย  โดยเฉพาะสิวอักเสบ จะมีโอกาสเกิดแผลเป็นและเป็นหลุมมาก ถ้าไม่ระวัง ไปบีบ ไปแกะ แทนที่หัวสิวจะแตกออกมาข้างนอก ก็แตกข้างใน ทำให้เกิดการระบม อักเสบมากขึ้น ส่วนสิวอุดตันปกติจะไม่ทำให้เกิดหลุม ยกเว้นคนไข้ไปบีบ หรือใช้อะไรไปกดโดยไม่ถูกวิธีจะทำให้เป็นหลุมลึก  คือ การจะเกิดหลุมสิวหรือไม่ขึ้นอยู่กับความลึก ถ้าการอักเสบไม่ลึก หลุมสิวก็จะมีลักษณะตื้นแก้ไขง่าย
   
 ในบางคนเป็นสิวหัวช้างหรือสิวเม็ดโตแถว ๆ คาง แนวขากรรไกร หรือจมูก แทนที่จะเกิดหลุมสิว กลับเป็นแผลนูนขึ้นมาได้เช่นกัน พวกนี้จะรักษาด้วยการฉีดสเตียรอยด์เข้าไป  แต่ถ้าเป็นมากการรักษาก็จะยากขึ้น
   
ดังนั้นไม่ว่าหน้าจะเป็นหลุมสิว หรือเป็นแผลนูนขึ้นก็ไม่ดีทั้งสิ้น ทางที่ดีที่สุด คือ ตอนเป็นสิวควรดูแลและรักษาให้ถูกต้อง

ถ้าไม่ต้องการให้เกิดแผลเป็นและร่องรอยใบหน้าปรุควรปฏิบัติตัวเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ ต้องไม่กดสิวอักเสบหรือบีบสิวอักเสบ และต้องรักษาสิวอักเสบให้หายเร็วที่สุด อย่าให้เรื้อรัง เพราะถ้าเรื้อรังเป็นเวลานานๆจะทำให้เซลล์ผิวหน้าถูกทำลายมากขึ้น เกิดรอยแผลเป็น ใบหน้าปรุดังภาพข้างบน

 การใช้สบู่ทำความสะอาดสิวอักเสบ 

ผลิตภัณฑ์มาสเตอร์คลีนของเรา ใช้ทำความสะอาดได้ดีกับกรณีที่เป็นสิวอักเสบทุกชนิด เช่น สิวอักเสบที่ใบหน้า, สิวอักเสบที่แก้ม, สิวอักเสบที่หน้าผาก, สิวอักเสบที่คาง, สิวอักเสบที่กราม, สิวอักเสบที่ท้ายทอย, สิวอักเสบที่หน้าอก, สิวอักเสบที่หลัง, สิวอักเสบที่หนังศีรษะ, สิวอักเสบที่ไหล่, สิวผดผื่นหรือสิวผดสิวผื่น, ผดผื่นคันตามตัว, เป็นต้น มีปัญหาเป็นสิวอักเสบทุกชนิด หรือต้องการให้ผิวหนังมีสุขภาพดีมาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน

                                                        
                               สบู่เหลวมาสเตอร์คลีนทำความสะอาดสิว

                    
               สั่งซื้อสบู่เหลวมาสเตอร์คลีน / บัญชีธนาคารโอน คลิกที่นี่

สบู่เหลวมาสเตอร์คลีนใช้ได้กับปัญหาใด ?

1. ทำความสะอาดผิวพรรณทั่วๆไปสำหรับผู้ที่รักษ์สุขภาพ

2. ทำความสะอาดสิวอักเสบ, สิวหัวหนองหรือสิวหนอง, สิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่

3. ทำความสะอาดสิวผดผื่น หรือ สิวผด สิวผื่น ตามส่วนต่างๆของร่างกาย

4. ทำความสะอาดสิวเสี้ยน

5. ทำความสะอาดฝีอักเสบตามผิวหนังภายนอก

6. ทำความสะอาดผดผื่นคันตามร่างกาย ผดผื่นคันตามจุดต่างๆของร่างกาย

7. เชื้อราตามนิ้วมือนิ้วเท้า เป็นตุ่มคันตามนิ้วมือนิ้วเท้า ฮ่องกงฟุต

ใช้สบู่เหลวมาสเตอร์คลีน ทำความสะอาดให้ผิวหนังมีสุขภาพดีห่างไกลจากสิวและผดผื่นคันตามจุดต่างๆของร่างกาย

ผิวหน้าผิวพรรณใสไร้สิวอักเสบ สิวผดผื่น สิวเสี้ยน ทำความสะอาดชำระล้างสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย ผิวหน้านุ่มนวลและชุ่มชื้นด้วย สบู่เหลวมาสเตอร์คลีน ทำความสะอาดได้ล้ำลึก ใช้เป็นประจำช่วยให้สุขภาพผิวกายดี ห่างไกลจากปัญหาสิวต่างๆและปัญหาผดผื่นคันตามตัว ใช้ได้กับทุกสภาพผิว ทั้งผิวแพ้ง่ายและผิวเด็กเล็กทั่วไป เพราะเป็นสบู่เหลวชนิดอ่อนแบบธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือทำอันตรายต่อผิวหนังใดๆ พิสูจน์ถึงประสิทธิภาพได้ที่นี่

           

                                                       <<  กลับหน้าแรกสั่งซื้อมาสเตอร์คลีน  >>