ReadyPlanet.com
bulletวิธีการเคลียร์สิวอักเสบให้เกลี้ยงภายใน 2 สัปดาห์
bullet(( เคลียร์สิวอักเสบที่ไหล่ ))
bullet(( เคลียร์ปัญหารวมมิตร ))
bullet(( เรื่องราวของสิวอักเสบ ))
bullet(( รวมปัญหาสิวอักเสบ/รังแค ))
bullet(( ข้อมูลการรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเอง ))
bulletที่มาของสิวและการเกิดสิวแต่ละชนิด
bulletเป็นสิวอักเสบเต็มหน้า
bulletเป็นสิวอักเสบเต็มหลัง/เป็นสิวอักเสบที่หลัง
bulletเป็นสิวอักเสบที่แก้ม
bulletเป็นสิวอักเสบที่คาง
bulletเป็นรังแคเยอะมาก
bulletเคลียร์รังแคเรื้อรังเชื้อราบนหนังศีรษะ
bulletเคลียร์สิวผดสิวผื่นแบบง่ายๆ
bulletรวมภาพสิวอักเสบในแต่ละจุด
bulletเป็นสิวที่ท้ายทอย/เป็นสิวอักเสบที่ท้ายทอย
bulletเป็นสิวที่แก้ม/เป็นสิวอักเสบที่แก้ม
bulletวิธีรักษาสิวอักเสบ/แก้สิวอักเสบด้วยตัวเองในเบื้องต้น
bulletสิวขึ้นลำคอ
bulletเป็นสิวที่หน้าอก/หน้าอกเป็นสิว/สิวขึ้นตรงหน้าอก
bulletวิธีรักษาสิวที่หลังด้วยตัวเอง
bulletผิวหนังอักเสบเป็นตุ่มแดง
bullet หัวเป็นตุ่ม/หัวเป็นตุ่ม คัน/ หัวอักเสบ/หัวเป็นตุ่มสิว/หัวเป็นตุ่มหนอง
bullet((จากแบรนด์มาสเตอร์คลีน))
bulletผลิตภัณฑ์ของมาสเตอร์คลีนทั้งหมด
bulletการบํารุงผิวพรรณ
bulletเคล็ดลับการบํารุงผิวหน้าไม่ให้เป็นสิว
bullet(( จะเริ่มต้นบำรุงผิวพรรณเมื่อไหร่ดี? ))
bulletการบำรุงผิวด้วยน้ำผึ้งแท้
bulletการบำรุงผิวด้วยน้ำนมสดพลาสเจอร์ไรส์
bullet(( การเลือกใช้สบู่กรณีสิวอักเสบสิวผดผื่น ))
bullet(( การใช้แชมพูสำหรับหนังศีรษะอักเสบและรังแคเรื้อรัง ))
bulletแชมพูมาสเตอร์คลีนใช้ได้ดีกับปัญหาใด?
bulletมาสเตอร์คลีนคืออะไร?
bulletสิวคืออะไร?สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร?จะป้องกันสิวได้อย่างไร?
bulletเมื่อไหร่สิวจึงจะหายขาดแบบถาวร ?
bullet(( จะปฏิบัติตัวหรือทำตัวอย่างไรเมื่อเป็นสิว ?? ))
bullet(( วงจรการเกิดสิวและสิวอักเสบ ))
bullet(( เป็นฝีบ่อยๆ ))
bulletเกี่ยวกับสิวและที่มาของสิว
bullet อานุภาพของเชื้อแบคทีเรีย
bulletเป็นสิว/รักษาสิว
bulletสิวอักเสบในแต่ละจุด
bullet(( เทคนิคการเอาชนะสิวที่แก้ม ))
bulletเกี่ยวกับสิวอักเสบ( ที่มาของสิวอักเสบการดูแลรักษาสิวอักเสบ)
bulletข้อมูลเกี่ยวกับสิวและสิวอักเสบ
bulletเป็นสิวทําไงดี/เป็นสิวอักเสบ
bulletสิวอักเสบ
bullet((( วิธีรักษาสิวอักเสบ/วิธีป้องกันสิวอักเสบ )))
bulletการดูแลสิวอักเสบ/การรักษาสิวอักเสบ
bulletผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสิวอักเสบสิวผดผื่น
bulletเป็นผื่นคันน้ำเหลืองเสีย
bulletปัญหาสิวอักเสบ
bulletการทำความสะอาดสิวอักเสบด้วยสบู่เหลว
bulletกำจัดสิวอักเสบ
bulletกำจัดสิวอักเสบและสิวหนองอย่างไรให้รวดเร็ว?
bulletการแก้ปัญหาสิวอักเสบ
bulletการรักษาสิวอักเสบให้ได้ผลดี
bulletเป็นสิวอักเสบ
bulletเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้างอักเสบ
bulletการดูแลสิวอักเสบที่ใบหน้าและที่หลัง
bulletเป็นสิวที่หลัง/การรักษาสิวที่หลัง
bullet(( เป็นสิวที่คาง/เป็นสิวอักเสบที่คาง ))
bulletสิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่
bulletการรักษาสิวหัวช้าง/แก้สิวหัวช้าง
bulletสิวหนองหรือสิวหัวหนองคืออะไร?
bulletกำจัดสิวหัวหนองหรือสิวหนอง
bulletสิวอุดตัน/สิวอุดตันอักเสบ
bulletเป็นสิวเห่อที่คาง/เป็นสิวอักเสบที่คาง
bullet(( สิวผด ))
bulletสิวเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้าง
bulletสิวอักเสบและวิธีรักษาสิวอักเสบ
bulletรักษาสิวอักเสบ/ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอักเสบ
bulletยารักษาสิว
bullet(( สบู่รักษาสิวที่หลัง ))
bullet<< สบู่รักษาสิว >>
bulletสิว : ภัยคุกคามผิวหน้า
bulletเป็นสิว/เป็นสิวที่ใบหน้า
bulletเครื่องสำอางกับการเกิดสิว (cosmetic acne)
bulletเกี่ยวกับสิวและที่มาของสิว
bulletผิวที่ทำให้เกิดสิวอักเสบง่าย
bulletการรักษาสิวเบื้องต้น
bulletวิธีรักษาสิวดูแลสิวแต่ละชนิด
bulletแนวทางปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการเกิดสิว
bulletผดผื่นคัน/ เป็นผื่นคันตามตัว
bulletเป็นตุ่มอักเสบที่หน้าอก
bullet(( มีปัญหาเป็นผื่นคันตามผิวหนังบ่อยๆดูที่นี่ ))
bullet(( หนังศีรษะอักเสบ ผมร่วง ))
bulletเป็นเชื้อราที่หนังศีรษะทำให้ผมร่วงจริงหรือ?
bulletคันหัวจากเชื้อรา
bullet(( ผมร่วง คันศีรษะบ่อยๆ ))
bullet(( แชมพูรักษารังแค ))
bulletวิธีรักษารังแค/แก้รังแคด้วยตัวเอง
bulletหัวเป็นเชื้อราหรือศีรษะเป็นเชื้อรา
bulletหัวเป็นสิวหรือศีรษะเป็นสิวอักเสบ
bulletหัวอักเสบเป็นตุ่มหนอง/หัวอักเสบเป็นตุ่มคัน
bulletหนังศีรษะอักเสบเป็นหนอง
bulletรังแคจากเชื้อราบนหนังศีรษะ
bulletเทคนิคการกำจัดสิวเสี้ยน
bulletเป็นฝีที่รักแร้/เป็นฝีที่รักแร้ ทำไงดี
dot
Admin.
dot
bulletบริหารจัดการ
dot
เว็บไซต์ที่น่าเปิดดู
dot
bulletเปิดร้านกาแฟ/เปิดร้านสมูธตี้
bulletร้านแว่นตา.com
bulletช่างปั้น/งานปั้น/ทำแม่พิมพ์/ทำโมลด์


เคลียร์สิวผดสิวผื่นที่หน้าผาก, เคลียร์สิวผด,  สิวผื่นที่แก้ม, เคลียร์สิวผด,  สิวผื่นที่กราม,  คลิกดูที่นี่....
เคลียร์สิวอักเสบที่หน้าผาก, เคลียร์สิวอักเสบที่แก้ม, เคลียร์สิวอักเสบที่กราม, คลิกดูที่นี่....
เคลียร์สิวอักเสบที่หน้าอก, เคลียร์สิวอักเสบที่ไหล่, เคลียร์สิวอักเสบที่หลัง,  คลิกดูที่นี่....
เคลียร์รังแคเรื้อรังผมร่วง, เคลียร์หนังศีรษะติดเชื้อรา, เคลียร์สิวอักเสบที่หนังศีรษะ, เคลียร์หนังศีรษะอักเสบติดเชื้อ, เคลียร์ผื่นคันที่หนังศีรษะตุ่มหนอง, คลิกดูที่นี่....
เคลียร์สิวอักเสบ, เคลียร์สิวหัวหนอง, เคลียร์สิวหัวช้าง, เคลียร์สิวผดผื่น, เคลียร์สิวที่หลัง, เคลียร์สิวที่คาง, เคลียร์สิวที่หน้าผาก,    คลิกดูที่นี่....
กาแฟ, กาแฟสด, แฟรนไชส์กาแฟ, ร้านกาแฟ, เปิดร้านกาแฟสด, อุปกรณ์กาแฟ, เคาน์เตอร์กาแฟ, เปิดร้านกาแฟ, ทำร้านกาแฟ, ธุรกิจร้านกาแฟ
สบู่เหลว, แชมพูสมุนไพร, ครีมหน้าเด้ง, ครีมกระชับผิวหน้า, เสริมความงาม, บำรุงผิวพรรณ, ครีมบำรุงหน้า, สบู่แก้สิว, สิวอักเสบ, สิวหนอง, สิวหัวช้าง, รักษาสิวอักเสบ, กำจัดสิวอักเสบ, แก้สิวอักเสบ, ผิวหนังอักเสบ, หนังศีรษะอักเสบ, ฮ่องกงฟุต, น้ำกัดเท้า
ร้านแว่นตา,แว่นสายตา,ตัดแว่นตามตัดแว่นสายตา, สายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง, ซื้อแว่นตา, ตัดแว่น, แว่นตาราคาถูก


เกี่ยวกับสิวและที่มาของสิว

                                          

สบู่เหลวมาสเตอร์คลีน ช่วยทำความสะอาดใบหน้าและผิวหนังที่สกปรก สิ่งแปลกปลอมต่างๆคราบไขมันอันเป็นแหล่งเพาะเชื้อ ก่อให้เกิดการอักเสบของสิวอักเสบและผิวหนังอักเสบ ใช้เป็นประจำช่วยให้ใบหน้าและผิวหนังมีสุขภาพดี ห่างไกลจากสิวผดผื่นคันและการอักเสบของผิวหนัง

สิวคืออะไร? สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร?

       สิว ( Acne ) คือตุ่มเม็ดเล็กๆ ที่ขึ้นตามผิวหนังบางส่วนของร่างกาย เกิดขึ้นเพราะผิวหนังมีการอุดตันอยู่ใต้รูขุมขนจากหัวสิว โคมิโดน (Comedone) ซึ่งสามารถอักเสบได้ง่ายหากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น แบคทีเรีย หรือ ฝุ่นละอองในอากาศ เครื่องสำอางบางชนิด โดยเฉพาะส่วนที่เป็นผิวอ่อน ผิวมัน พบมากบริเวณใบหน้า ต้นคอ หน้าอก แผ่นหลัง ไหล่ หรือต้นแขน มักเป็นในวัยรุ่นขึ้นไป แต่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะวัยรุ่นเท่านั้น ผู้ใหญ่อายุ 20 - 40 ปีหรือมากกว่านี้ก็พบได้ ในรายที่เป็นชนิดรุนแรง อาจมีอาการเจ็บปวดในจุดที่เป็นสิว แม้ว่าสิวจะไม่ใช่โรคที่ทำให้ถึงกับเสียชีวิต หรือพิการ แต่ก็อาจทิ้งร่องรอยของแผลเป็นบนใบหน้าอาจมีหนองหรือเป็นไตสีขาว  เมื่อมีสิวอักเสบมาก หรือมีสิวอักเสบขนาดใหญ่ โดยรักษาเพื่อลดโอกาสการเกิดหลุม รอยแผลเป็น ถ้าสิวเป็นโรคที่เกี่ยวกับไขผิวหนัง- การรับประทานอาหารมันๆ หรือช็อคโกแล็ต จะทำให้สิวเห่อมากขึ้นหรือไม่   ทางการแพทย์ไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าอาหารชนิดใดทำให้สิวเห่อ ดังนั้นการรับประทานอาหารมัน หรือช็อคโกแล็ต ไม่เกี่ยวกับการเห่อมากขึ้นของสิว นอกจากจะสังเกตุว่า อาหารชนิดนั้นๆกระตุ้นให้สิวเห่อจริง เรียกได้ว่าพิจารณาเป็นรายๆไป การล้างหน้าด้วยสบู่บ่อยๆ (มากกว่าวันละ2-3ครั้ง) ทำให้สิวดีขึ้น การล้างหน้าด้วยสบู่ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกออกจากด้านบนของผิวหนังบนใบหน้า การล้างหน้าด้วยสบู่บ่อยๆไม่ได้ไปช่วยลดไขมันในท่อของต่อมไขมันที่อยู่ลึกลงไปในผิวหนัง แต่อาจจะทำให้หน้าแห้งมากเกินไป แค่ล้างหน้าด้วยสบู่วันละ 2 ครั้งตอนอาบน้ำก็เพียงพอแล้ว นอนดึก เครียด แล้วสิวเห่อ  เชื่อว่าสภาวะเครียดดังกล่าวอาจจะกระตุ้นให้หลั่งโฮร์โมนมากขึ้น จึงทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้นสิวจึงเห่อ  สิวเห่อตอนใกล้มีประจำเดือนเชื่อว่าการการเปลี่ยนแปลงโฮร์โมนของผู้หญิงในแต่ละรอบเดือนอาจจะกระตุ้นให้สิวเห่อ แต่จากการวิจัยไม่พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของไขผิวหนังในช่วงสิวเห่อก่อนมีประจำเดือน

Comedone คืออะไร?

comedone คือโมเลกุลของไขมันที่รวมตัวกันสะสมอยู่ภายในเซลล์ เจ้าโคมิโนนี้อาจจะอยู่ในลักษณะของเหลว(น้ำมันที่ยังไม่แข็งตัว)หรือลักษณะแข็งเป็นก้อนอยู่ภายในเซลล์(ก้อนไขมันแข็งเป็นไต)

จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นสิวประเภทใดก็ตาม จะเกี่ยวข้องกับไขมันทั้งสิ้น ปรากฎการณ์นี้จะสัมพันธ์กับหลายอย่าง ทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเป็นภาวะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป อาหารการกินที่รับประทานเข้าไป สุขภาพ สารเคมีต่างๆ สิ่งแวดล้อม ล้วนเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดสิวขึ้นได้ง่าย น้อยคนนักที่จะโชคดีไม่มีสิวเลย การเกิดสิวของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไปตามสรีระร่างกาย ตามอายุ ตามสิ่งแวดล้อม ในบางคนอาจเป็นสิวเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น แต่ในบางคนจะเริ่มเป็นสิวเมื่ออายุ 25 ขึ้นไป แต่บางคนสิวเพิ่งมาเป็นเมื่อตอนอายุสามสิบกว่า ทั้งที่ผ่านมาไม่มีสิวเลย จะเห็นว่าปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิวของแต่ละคนอาจแตกต่างกันออกไปตามช่วงอายุและภาวะภายในร่างกายของแต่ละคน นอกจากนี้บางคนเป็นสิวมาก อาจจะเต็มหน้าก็มี แต่บางคนเป็นสิวแค่เม็ดสองเม็ด บางคนสิวขึ้นที่หลังเพียงจุดเดียว บางคนสิวขึ้นที่คอหรือแขน แต่ไม่ปรากฎสิวที่ใบหน้า จะเห็นว่าขนาดตำแหน่งสิวก็ยังแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่สิวจะขึ้นที่ใบหน้า เพราะใบหน้าถือเป็นจุดอ่อน มีต่อมไขมันขึ้นจำนวนมาก ทั้งหน้าผาก แก้ม คาง เป็นต้น ดังนั้นจึงเกิดสิวขึ้นได้ง่ายกว่าจุดอื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวมัน จะเสี่ยงต่อการเกิดสิวมากกว่าปกติ แต่ก็ไม่เสมอไปทุกคน เพราะยังขึ้นอยู่กับปัจจัยกระตุ้นให้เกิดสิวอื่นๆอีกหลายประการ สรุปได้ง่ายๆก็คือ การเกิดสิวมาจาก 2 ปัจจัยหลักๆ คือ ปัจจัยจากภายในร่างกาย และปัจจัยจากภายนอกร่างกาย

1. การเกิดสิวที่เกิดจากปัจจัยภายในร่างกาย จะมีหลายส่วนที่เกี่ยวข้องและสัมพันธ์กัน ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆภายในร่างกายของเรา เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงภาวะฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศ ซึ่งแต่ละช่วงอาจจะไม่เท่ากัน การทำงานของกลไกต่างๆของร่างกาย( ปฏิกิริยาเมตาบอริสซึม) ปัญหาสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บ ความเครียด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิวขึ้นได้

2. การเกิดสิวที่เกิดจากปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น อาหารการกินที่เรารับประทาน สารเคมีที่เราสัมผัสหรือใช้ทุกวัน เช่น สบู่ แชมพู เครื่องสำอางประเภทต่างๆ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราทั้ง น้ำ อากาศ ฝุ่นละอองต่างๆ แบคทีเรียที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ในอากาศทุกหนทุกแห่ง มลพิษต่างๆเป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นก่อให้เกิดสิวขึ้นได้ง่ายเช่นกัน 

วงจรการเกิดสิวโดยทั่วไป

ปัจจัยกระตุ้นการเกิดสิว( ฮอร์โมน, สิ่งแวดล้อม, สารเคมี, เครื่องสำอาง ฯลฯ ) =>กระตุ้นต่อมไขมัน => เกิดโคมิโดนขึ้น ( สิว ) 

สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร?

เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์หรือวัยรุ่น ฮอร์โมนจะเจริญเติบโตได้ดี ต่อมไขมันจะเจริญเติบโตได้ดี การทำงานของต่อมไขมันจะมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของภาวะฮอร์โมนในร่างกาย ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมภายนอก อาหารที่รับประทานเข้าไป ภาวะความเครียด กิจกรรมกรรมต่างๆ ไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมันจะถูกขจัดออกทางส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งรวมถึงผิวหนังที่เป็นจุดหลักๆของการขจัดไขมัน

ไม่อยากเป็นสิวต้องทำอย่างไรบ้าง?

ผู้ที่มีปัญหาเรื่องสิว คิดไม่ออกว่าจะเริ่มต้นทำหรือปฏิบัติอย่างไร จึงจะทำให้สิวลดน้อยลงหรือไม่มีสิวเลย มีหลายอย่างที่ต้องปฏิบัติ ถ้าไม่อยากเป็นสิว เพราะการทำงานของต่อมไขมันจะเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับหลายปัจจัยดังต่อไปนี้

1. พักผ่อนให้เพียงพอ ทำใจให้สบาย ไม่ควรนอนดึก กรณีที่พักผ่อนไม่เพียงพอหรือนอนดึก จะส่งผลให้ต่อไขมันทำงานหนักมากขึ้น ผลิตไขมันมากขึ้น และไขมันเหล่านี้จะเป็นที่มาของสิวหรือโคมิโดนที่สะสมอยู่ภายในเซลล์ผิวหนัง

2. ไม่ควรเครียดหรือกังวลใดๆ การดื่มจัด สูบบุหรี่จัด จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักเช่นกัน ยิ่งเครียดหรือกลุ้มใจ ต่อมไขมันยิ่งทำงานหนัก ซึ่งรวมไปถึงการดื่มแอลกอฮอล์หนัก สูบบุหรี่จัด

3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก เพราะจะเป็นการเพิ่มไขมันให้มากขึ้นตามไปด้วย เน้นอาหารประเภทปลาและผักสดผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง กรดจากผลไม้จะช่วยขจัดโมเลกุลของไขมันได้ในระดับหนึ่ง การรับประทานก็เป็นปัจจัยตัวกระตุ้นอีกตัวหนึ่งที่สำคัญ สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าอาหารประเภทใดที่มีส่วนผสมของไขมัน ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องสิว แม้แต่นมสดที่ดื่ม บางคนที่เป็นสิวอยู่แล้ว ดื่มนมสดเข้าไป ปริมาณของสิวมากขึ้น เป็นมากกว่าเดิม ซึ่งอาจจะเป็นเฉพาะบางคนเท่านั้น ถ้าดื่มนมควรเลือกประเภทพร่องมันเนย อาหารบางชนิดอาจไปกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงภาวะฮอร์โมนในร่างกายได้

4. พยายามอย่าให้ผิวสกปรก หรือสัมผัสกับสิ่งสกปรกต่างๆ ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดเช้า-เย็น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวมัน ต้องขจัดไขมันหรือน้ำมันให้ได้มากที่สุด ผิวหน้ามันจะทำให้ฝุ่นละอองติดได้ง่ายๆซึ่งจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรีย

5. ออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยขจัดของเสียต่างๆออกจากร่างกาย ซึ่งรวมทั้งไขมันในร่างกายด้วย ( ของเสียจะออกพร้อมกับเหงื่อ )

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด ล้วนเป็นจุดที่นำไปสู่การลดการเกิดสิว พยายามปฏิบัติและคอนโทรลตัวเอง เพื่อลดการเกิดสิว เมื่อเรารู้แล้วว่าสิวมันเกิดขึ้นได้อย่างไร มีที่มาและที่ไปอย่างไร และทำอย่างไรจึงจะเอาชนะสิวได้

สรุปการลดสิวด้วยตัวเองต้องทำอย่างไร?

1. ควบคุมปัจจัยภายในร่างกายของเราให้ดี ซึ่งในบางกรณีอาจทำได้ยากหรือทำไม่ได้เลย ควบคุมภาวะฮอร์โมน การควบคุมต่อมไขมัน การควบคุมโรคภัยไข้เจ็บ การควบคุมสุขภาพร่างกายโดยรวม ซึ่งต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  การดูแลสุขภาพให้ดี สุขภาพมีปัญหาต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆทันที ควบคุมความเครียดไม่ควรให้เกิดขึ้นบ่อยๆ

2. ควบคุมปัจจัยภายนอก ซึ่งสามารถทำได้ง่ายกว่าปัจจัยภายใน เช่น ควบคุมการรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมากๆ อาหารที่จะส่งผลทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก หลีกเลี่ยงแหล่งมลพิษต่างๆ ทั้งอากาศ น้ำ สารเคมี ของใช้สอยในชีวิตประจำวัน

ถ้าคุณสามารถควบคุมปัจจัยทั้ง 2 ข้อนี้ได้และปฏิบัติตามข้อแนะนำ 1-5 ทั้งหมด การเกิดสิวก็จะน้อยตามไปด้วย ซึ่งเท่ากับคุณเอาชนะสิวได้นั่นเอง ทุกคนที่มีปัญหาเรื่องสิว สามารถนำหลักการนี้ไปปฏิบัติได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเงินใดๆทั้งสิ้น

เมื่อเป็นสิวต้องทำหรือปฏิบัติอย่างไรในเบื้องต้น?

จุดแรกเลยที่ต้องปฏิบัติก็คือ การรักษาความสะอาดบริเวณจุดที่เป็นสิว แต่ไม่ควรรบกวนบริเวณที่เป็นสิวนั้นบ่อยจนเกินไป ทำใจให้สบาย ไม่ต้องเครียดหรือกลุ้มใจใดๆ( เพราะถ้าเครียดจะทำให้ต่อมไขมันทำงานหนักมากขึ้น ส่งผลให้หลั่งน้ำมันหรือไขมันเพิ่มมากขึ้นกว่าในภาวะปกติ ) พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายพอประมาณ ดูแลในเรื่องอาหารที่รับประทาน เน้นในเรื่องผักและผลไม้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีโปรตีนและวิตามินซีสูง รับประทานอาหารพอประมาณ ลดหรือหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่ย่อยยาก เพราะจะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาการย่อยสลายอาหารทำงานหนัก และจะมีผลทำให้กลไกส่วนอื่นๆของร่างกายพลอยทำงานหนักไปด้วย อัตราเมตาบอริสซึมสูง ร่างกายทำงานหนัก ร่างกายก็ต้องขจัดของเสียเหล่านั้นออกมามากตามไปด้วย จะสังเกตเห็นได้ว่า สิว เป็นผลของการทำงานของกลไกของร่างกายส่วนหนึ่ง อะไรก็ตาม ทั้งการปฏิบัติและวัตถุต่างๆอาจจะเป็นผลกระทบโดยตรงต่อการเกิดสิวขึ้นได้ ดังนั้นก่อนทำอะไรหรือบริโภคอะไร ควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะติดตามมาในภายหลัง ( ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบทำให้เกิดสิวเพิ่มมากขึ้น ) การลดปัญหาเรื่องสิวจึงต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจในขั้นตอนหรือกระบวนการต่างๆแนวทางการแก้ไข แล้วลงมือปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม ปัญหาสิวไม่สามารถแก้ไขได้เพียงชั่วข้ามคืนได้ ต้องใช้เวลา ความรู้ความเข้าใจ วิธีการแก้ไขต่างๆตามขั้นตอน อย่าลืมว่าทุกๆปัญหามีทางออกหรือวิธีการแก้ไขได้ ซึ่งรวมถึงปัญหาเรื่องสิวด้วย จงเกาให้ถูกจุดหรือถูกที่คัน แล้วคุณจะหายคัน เช่นเดียวกับปัญหาสิว ถ้าแก้ไขได้ถูกจุด ปัญหาสิวก็หมดไปหรือลดน้อยลง คุณสามารถอยู่ร่วมกับสิวได้ โดยไม่เกิดความทุกข์ใจขึ้น 

กระบวนการเกิดสิวแต่ละประเภทและแนวทางการแก้ไขในเบื้องต้น

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สิวถ้าจำแนกมี 2 ประเภทใหญ่ๆคือ สิวอักเสบ( สิวหนอง ,สิวหัวช้าง ) และสิวไม่อักเสบ( สิวทั่วไป สิวเสี้ยน สิวเทียม สิวเม็ดข้าวหรือสิวหิน สิวอุดตันประเภทไม่อักเสบ สิวซีทส์ เป็นต้น )

1. สิวประเภทอักเสบหรือสิวอักเสบ ซึ่งรวมไปถึงสิวหนองหรือสิวหัวหนอง สิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่ที่เกิดการอักเสบขึ้น

สิวอักเสบยังสามารถแบ่งย่อยออกไปเป็นสิวอักเสบมีหัว กับสิวอักเสบไม่มีหัว การเกิดของสิวอักเสบทั้งประเภทมีหัวและไม่มีหัว เกิดมาจาก 2 ปัจจัยดังต่อไปนี้

- ฝีมือมนุษย์เอง เช่น การกดสิว การบีบสิว การรบกวนสิวบ่อยๆทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ การใช้สารเคมี การใช้เครื่องสำอาง

- เกิดจากธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติภายในร่างกายของเราและสิ่งแวดล้อมภายนอก การเกิดสิวอักเสบลักษณะนี้จะมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการอักเสบเข้ามาอีกปัจจัยหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆในการเกิดสิวอักเสบแบบธรรมชาติ นั่นก็คือ เชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วไปในทุกอณูของบรรยากาศรอบตัวเรา เป็นตำการสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น( แบบธรรมชาติ) ดังนั้นแนวทางการแก้ไขสิวอักเสบลักษณะนี้ ถ้าเราควบคุมภาวะภายในร่างกายและสิ่งแวดล้อมได้ทั้งหมด และควบคุมเชื้อแบคทีเรียได้แบบเบ็ดเสร็จ สิวอักเสบแบบธรรมชาตินี้ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่อย่าว่าควบคุมปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดสิวอักเสบขึ้นเลย เพียงเชื้อแบคทีเรียปัจจัยเดียวก็ควบคุมได้ยากแล้ว เหตุเพราะเชื้อแบคทีเรียมีกระจายทั่วไปในทุกหนทุกแห่งในทุกอณูบรรยากาศ โดยเฉพาะในจุดที่สกปรกหรือจุดอับชื้น จึงยากที่จะควบคุมได้ จะเห็นได้ว่า ปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเกิดสิวอักเสบมีตลอดเวลา แต่มนุษย์ก็สามารถเอาชนะสิ่งเหล่านี้ได้

  การแก้ปัญหาสิวอักเสบที่เกิดโดยธรรมชาติ

- แก้ปัญหาจากระบบภายในร่างกาย ( ควบคุมปัจจัยภายในร่างกาย ) ซึ่งบางอย่างค่อนข้างทำได้ยาก บางอย่างทำไม่ได้เลยก็มี

- แก้ปัญหาจากภายนอกร่างกาย ( ควบคุมปัจจัยภายนอก ) ที่สามารถทำได้ง่าย เช่น การควบคุมความสะอาด การควบคุมอาหารที่รับประทาน การควบคุมมลพิษต่างๆ การควบคุมการใช้สารเคมี รวมถึงการควบคุมหรือป้องกันเชื้อแบคทีเรียในบรรยากาศ เป็นต้น

ถ้าทำได้ทั้ง 2 ปัจจัยหลักๆนี้ ก็สามารถแก้ปัญหาสิวอักเสบได้ แต่ในปัจจุบันพบว่า มีการเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือควบคู่กันไป การลดสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบและการป้องกันเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติควบคู่กันไปสำหรับผู้ที่เป็นสิวอักเสบ จนกว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวอักเสบลดน้อยลงหรือหมดไปเท่านั้น สิวอักเสบจึงจะไม่เกิดแบบถาวรได้ 

2. สิวประเภทไม่อักเสบ สิวกลุ่มนี้จะพบมากกว่ากลุ่มแรก เช่น สิวอุดตัน(ประเภทไม่อักเสบ), สิวเสี้ยน, สิวผด, สิวซีทส์(ก้อนไขมันแข็ง),สิวหินหรือสิวเม็ดข้าว เป็นต้น แต่โดยสรุปแล้ว สิวเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับไขมันทั้งสิ้น การสะสมตัวของไขมันภายในเซลล์ผิวหนังทำให้เกิดเป็นก้อนนูนที่ผิวหนัง แต่ไม่มีการอักเสบ ซึ่งเรียกว่า สิวซีทส์ การสะสมของไขมันภายในรูขุมขนตามผิวหนัง โดยเฉพาะผิวหนังที่มีรูขุมขนกว้าง ไขมันบางส่วนถูกขจัดออกจากรูขุมขนไม่หมด จึงเกิดการสะสมไขมันขึ้นภายในรูขุมขน ซึ่งก็คือสิวเสี้ยนนั่นเอง ในส่วนของสิวอุดตัน เกิดจากการยุบตัวของสิวอักเสบหรือไขมันที่สะสมอยู่ภายในเซลล์(ไขมันหรือน้ำมันที่ไม่ได้ถูดกำจัดออกไปจากเซลล์)เมื่อสะสมเป็นเวลานานๆอาจทำให้ไขมันหรือน้ำมันเหล่านี้เป็นก้อนแข็งหรือเป็นไต จะเห็นว่าการรักษาสิวอุดตันส่วนใหญ่จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรด ซึ่งอาจจะเป็นกรดจากพืชหรือสารเคมี แต่ต้องไม่เป็นอันตรายต่อผิว เพื่อละลายไขมันเหล่านี้ออกจากเซลล์ ซึ่งเป็นการรักษาที่ปลายทาง ถ้าการแก้ปัญหาที่ต้นทาง ต้องควบคุมปัจจัยจากภายในร่างกายและปัจจัยภายนอกตามที่กล่าวไว้ รวมไปถึงอาหารที่รับประทาน ซึ่งจะส่งผลให้การเกิดสิวอุดตันและสิวประเภทต่างๆน้อยลงหรือแทบไม่มี แต่ส่วนใหญ่จะปฏิบัติหรือทำไม่ค่อยได้ จึงจำเป็นต้องรักษาที่ปลายทางรู้เกี่ยวกับสิว ที่มาหรือสาเหตุของการเกิดสิว การดูแลและรักษาสิว
สิว ( Acne หรือ Pimple ) คือตุ่มเม็ดเล็กๆ อยู่ในเซลล์ผิวหนังชั้นนอก สิวจะขึ้นตามจุดอ่อนส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะใบหน้า แผ่นหลัง หน้าอก ท้ายทอย คอเป็นต้น สิวเกิดขึ้นเพราะผิวหนังมีการอุดตันอยู่ใต้รูขุมขนจากหัวสิว โคมิโดน (Comedone) ซึ่งสามารถอักเสบได้ง่ายหากมีตัวกระตุ้นจากปัจจัยภายนอก เช่น แบคทีเรีย ฝุ่นละอองในอากาศ สารเคมีต่างๆ มลพิษจากสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

สาเหตุหรือที่มาของสิว มาจาก  2 ปัจจัยหลักดังนี้

1. ปัจจัยภายใน คือ ปัจจัยที่มีต้นเหตุมาจากภายร่างกายของเราเอง เช่น ฮอร์โมน, กรรมพันธุ์, โรคบางชนิด,ความเครียด, ภูมิต้านทานในร่างกายลด เป็นต้น ปัจจัยจากภายในเหล่านี้ บางอย่างก็สามารถแก้ไขได้ แต่บางอย่างไม่สามารถแก้ไขได้

2. ปัจจัยจากภายนอก คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากภายนอกร่างกายของเรา เช่น การใช้ยา, เครื่องสำอาง, สภาพแวดล้อม, มลพิษ , แสงแดดและอุณหภูมิ , อาหาร , สิ่งสกปรก, แบคทีเรีย ฯลฯ  ซึ่งปัจจัยภายนอกเหล่านี้เราสามารถป้องกันและแก้ไขได้

กระบวนการเกิดสิว
สิวมักเกิดบริเวณSeborrhic area ซึ่งผิวหนังบริเวณนั้นมีPilosebaceous unit ชนิด Sebaceous follicle,เป็น follicleที่ประกอบไปด้วย small villus hair และ large multiacina sebaceous gland เมื่อมีการกระตุ้นSebaceous glandมากเกินพอดีจะสร้างไขมัน(Sebum) มามากขึ้น Sebumนี้ประกอบด้วย triglyceride,ester,waxและสารอื่นๆ หากSebumถูกผลิตมากจะระบายsebumออกทางรูขุมขนไม่ทัน และค้างในfollicle ,sebumจะกระตุ้นให้Keratinocyteสร้างkeratinมามากขึ้น และจับตัวกันแน่นผิดปรกติเกิดเป็นสิวอุดตัน(Comidone)ต่อมาการอุดตันนั้นทำให้เกิดสภาพไร้ออกซิเจนในรูขุมขน แบคทีเรียP.acneจะเจริญเติบโตได้ดีและย่อยสลายไขมันเป็นสารที่มีความสามารถrecruitเม็ดเลือดขาวมาที่บริเวณนั้นและก่อให้เกิดการอักเสบตามมา จึงเกิดเป็นสิวอักเสบ

ประเภทของสิว โดยทั่วไปสิวแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้

1. สิวประเภทอักเสบ เช่น สิวหนอง สิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่ เป็นต้น

2. สิวประเภทไม่อักเสบ เช่น สิวเสี้ยน สิวเม็ดข้าว สิวอุดตันประเภทไม่อักเสบ สิวผด เป็นต้น

สิวอักเสบ  ( Inflammatory acne หรือ Papulopustular acne )เกิดจากการอุดตันของไขมันที่ร่างกายขับออกมาผ่านทางผิวหนังหรือผิวหนังสกปรก แบคทีเรียในบรรยากาศเข้าไปทำปฏิกิริยากับไขมันที่อุดตันอยู่ภายในเซลล์ผิวหนังจึงทำให้เกิดการอักเสบและเป็นหนองขึ้นมา ปัญหาสิวอักเสบเป็นปัญหาที่พบมากที่สุด พบได้ทั้งหญิงและชายตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์ขึ้นไป เป็นภาวะที่ทุกคนไม่พึงปรารถนา เพราะสิวอักเสบทำให้เกิดอาการปวดบริเวณที่เป็นติดตามมาได้ บางรายอักเสบอย่างรุนแรงจนถึงขนาดจับไข้ก็มี สิวอักเสบอาจจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ที่เรียกว่าสิวเม็ดใหญ่ ซึ่งในแต่ละครั้งที่เป็นแตกต่างกันออกไป เมื่ออักเสบเป็นเวลานานๆอาจทำให้กลายเป็นสิวหัวช้างที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และการอักเสบอาจทำให้เกิดหนองขึ้นในบางครั้งที่เรียกกันว่าสิวหัวหนองนั่นเอง สิวอักเสบจะเป็นๆหายๆเนื่องจากปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิวอักเสบคือแบคทีเรียมีอยู่ทั่วไปในบรรยากาศและเซลล์ผิวหนังของเรา ดูรายละเอียดมากกว่านี้คลิกที่นี่   

ประเภทของสิวอักเสบ

1. สิวอักเสบมีหัว

2. สิวอักเสบไม่มีหัว

สิวอักเสบยังสามารถแบ่งได้เป็นดังนี้

-
สิวนูนแดง (Papule)เป็นสิวอักเสบระยะเริ่มแรกที่สร้างความเจ็บปวดและจะกลายไปเป็นสิวหนองหรืออาจจะยุบสลายไปก่อน

-
สิวหัวหนองหรือสิวหนอง ( Pustule ) เป็นสิวระยะสุดท้ายก่อยสลายไปในที่สุด ส่วนที่เป็นหนองก็คือไขมันที่แบคทีเรียเข้าไปทำปฏิกิริยาทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนอง
-
สิวหัวช้าง (acne conglobata)-มักเกิดแผลเป็นเมื่อหาย เป็นสิวที่มีขนาดใหญ่หรือสิวเม็ดใหญ่ ซึ่งอาจจะอักเสบและมีขนาดใหญ่ สิวประเภทนี้อาจหายช้า ไขมันที่อักเสบภายในเซลล์ทำให้สิวประเภทนี้มีขนาดใหญ่กว่าสิวประเภทอื่น
 
-
สิวซีสต์ (acne cyst) -มักเกิดแผลเป็นเมื่อหาย เป็นสิวที่ใกล้สลายแล้ว แต่อาจจะมีไขมันสะสมอยู่ภายในเซลล์ทำให้เป็นก้อนหรือเป็นไตแข็ง

-
สิวตุ่มนูนหนอง(Papulopustular acne)-มักเกิดแผลเป็นเมื่อหาย มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ สิวประเภทนี้พบมากที่สุด
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาสิวมากที่สุดในปัจจุบัน อันดับแรกคือฮอร์โมน รองลงมาคือสารเคมีและมลพิษจากสิ่งแวดล้อม
  สิวอักเสบที่จมูก ซึ่งสิวอักเสบประเภทนี้เกิดจากรูจมูกสกปรกหรือไขมันอุดตัน ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นและอาจกลายเป็นสิวหนองที่มีขนาดใหญ่
  สิวอักเสบที่หู เกิดจากใบหูหรือในหูสกปรก ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ และอาจเป็นหนองได้ มีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่
    สิวหัวช้าง
เป็นผลต่อเนื่องมาจากสิวอักเสบและเกิดการขยายตัวมีขนาดใหญ่ ซึ่งสิวหัวช้างอาจจะขึ้นตามบริเวณส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า แผ่นหลัง หน้าอก สิวหัวช้างเมื่อมีขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆอาจจะเกิดการบวมอักเสบปวดทรมานได้ เมื่อเป็นสิวหัวช้างถึงจุดหนึ่งสิวอาจจะสุกและกลายไปเป็นสิวหัวหนอง และสลายไปในที่สุด
ดูรายละเอียดสิวหัวช้าง    
    สิวหัวหนองหรือสิวหนอง เกิดจากปฏิกิริยาการย่อยสลายไขมันส่วนเกินของแบคทีเรียภายในเซลล์ผิวหนัง จนทำให้เกิดการอักเสบขึ้นและกลายเป็นหนองก่อนจะแตกสลายไปในที่สุด เป็นปฏิมากรรมที่ไม่พึงปรารถนาของทุกคน สิวหัวหนองเป็นผลมาจากสิวอักเสบเป็นเวลานานและเข้าสู่ช่วงสิวสุกจนกลายเป็นหนองที่เรียกกันว่าสิวหัวหนองหรือสิวหนองนั่นเอง สิวหัวหนองมีขนาดแตกต่างกันออกไป มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่
ดูรายละเอียดสิวหัวหนอง 

ปัจจัยและกิจวัตรประจำวันที่อาจทำให้เกิดสิว

1. อายุ / กรรมพันธุ์ สิวจะพบมากในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว เนื่องจากฮอร์โมนเพศชายที่เพิ่มระดับมากขึ้นในช่วงวัยรุ่นนี้จะไปกระตุ้นการทำงานและเพิ่มขนาดของต่อมไขมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีประวัติการเป็นสิวรุนแรงในหมู่พี่น้องหรือพ่อแม่ จะพบได้ว่าผู้ป่วยเหล่านี้จะมีสิวตั้งแต่อายุค่อนข้างน้อยและการรักษาจะยากกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติในครอบครัว

2. เครื่องสำอางบางอย่าง เช่น ครีมบำรุงผิว เครื่องแต่งหน้า สบู่บางอย่าง น้ำมันแต่งผม จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโคมิโดน ซึ่งจะไปอุดตันรูขุมขน

3. การระคายเคือง เช่นการเสียดสี ขัดหน้า นวดหน้า หรือแม้แต่การล้างหน้าบ่อยๆ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้

4. อารมณ์เครียด ความกังวล รวมไปถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้สิวเป็นมากขึ้นได้

5. อาหารบางชนิด อาจมีสารกระตุ้น เช่น ผู้ป่วยบางรายจะสังเกตพบว่าสิวเห่อมากจากการรับประทานอาหารบางประเภท เช่น ถั่ว ของหวาน ของมันๆ ช็อกโกแลต หรืออาหารทะเล แต่ก็ไม่มีรายงานทางการแพทย์ว่าอาหารเหล่านี้เป็นสาเหตุของการเกิดสิวในคนทั่วไป

6. ยาบางประเภท เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาฮอร์โมน ยากันชัก ยารักษาวัณโรคบางชนิด เป็นต้น

7. การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศในร่างกายอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการเห่อของสิวได้ เช่นที่อาจจะพบได้ในผู้หญิงช่วงที่มีประจำเดือน หรือช่วงตั้งครรภ์

8. โรคของระบบต่อมไร้ท่อบางชนิด หรือการมีโรคของถุงน้ำในรังไข่ ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้มักจะมีผิวหน้ามัน ขนดกและความผิดปกติของประจำเดือนร่วมด้วย

   วิธีปฎิบัติตนไม่ให้เกิดสิว

1. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่เพิ่มความมันบนใบหน้า การนวดและการขัดหน้า
2. การทำความสะอาดผิวหน้า ควรล้างหน้าด้วยน้ำยาล้างหน้าหรือคลีนเซอร์อย่างอ่อน (gentle cleanser) ที่ไม่มีฟอง เพียงวันละ 2-3 ครั้งเท่านั้น (ขึ้นกับความมันของผิวหน้า) ไม่ควรฟอกสบู่บ่อยเกินไป เพราะความเป็นด่างของสบู่จะระคายผิว และก่อให้เกิดสิวขึ้นได้
3. หากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอาง หรือโลชั่น ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน (oil free) หรือโลชั่นที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิว (non-acnegenic) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (non-comedongenic)
4. อย่าใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสใบหน้า
5. อย่าบีบ หรือแกะหัวสิวให้แตก เพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น หายช้าลง หรือทำให้เกิดแผลเป็นได้
6. ควรสระผมบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ผมมันและลงมาปรกตามใบหน้า พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันใส่ผมหรือโฟมแต่งผม
7. พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียดหรือวิตกกังวลเกินไป
8. ในกรณีที่เป็นสิวหัวหนองขนาดใหญ่หลายๆเม็ด หรือมีอาการอักเสบมาก ควรพบแพทย์ เพราะจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะได้ไม่เกิดแผลเป็นจากสิว

  แนวทางในการการรักษาสิว

การรักษาสิวนั้นมีหลายแบบขึ้นอยู่กับชนิดของสิวและความรุนแรง สิวอาจเป็นเรื่องธรรมชาติและหายได้เองสำหรับบางคน แต่ในบางรายที่มีการอักเสบมากการรักษาต้องเป็นไปในทางที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงปรารถนา เช่น แผลเป็นนูน หรือแผลเป็นหลุม
ในผู้ป่วยที่มีสิวอักเสบค่อนข้างมากควรได้รับการตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะการรักษาอย่างไม่ถูกต้องนอกจากจะไม่ได้ผลแล้วยังอาจทำให้เกิดการดื้อยา หรือได้รับผลเสียจากการใช้ยานั้นๆได้
 
จุดมุ่งหมายของการรักษาสิวคือลดโอกาสการเกิดแผลเป็นจากสิวอักเสบขนาดใหญ่ เนื่องจากสิวอักเสบขนาดใหญ่จะมีการทำลายเนื้อเยื่อเซลล์ผิวหนังไปมาก เมื่อร่างกายซ่อมแซมก็อาจจะไม่ดีเหมือนเดิม และทำให้เป็นหลุม รอยแผลเป็น
 

   ในการดูแลรักษาสิว ควรปฏิบัติดังนี้

1. ความสะอาด ในเรื่องนี้ควรรักษาความสะอาดผิวหนังตามปกติ คือล้างหน้าและผิวหนังตามปกติด้วยสบู่ธรรมดา วันละ ๒ ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว และไม่ควรใช้สบู่ยา เพราะตัวยาในสบู่มักมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ และในการล้างหน้าทุกครั้งควรฟอกถูตามปกติ ไม่ควรฟอกหรือถูอย่างรุนแรง เพราะอาจส่งผลระคายเคืองต่อผิวหนังได้ ยกเว้นในรายที่ผิวหน้ามัน อาจต้องล้างหน้าบ่อยกว่านี้ สิวถือว่าเกิดตามธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากความสกปรก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรดูแลสุขอนามัยและความสะอาดตามปกติ
2. หลีกเลี่ยงการบีบและแกะสิว เป็นปัจจัยสำคัญมาก เพราะการแกะและบีบสิวจะทำให้สิวลุกลามและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้และทิ้งรอยแผลเป็นของสิวเมื่อหายดีแล้วอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรแกะหรือบีบหัวสิวเป็นอันขาด เพราะเมื่อแกะหรือบีบแล้ว ด้วยมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาด จะเป็นการทำลายเนื้อเยื่อผิวหน้าและเกิดการติดเชื้อได้โดยง่าย
3. อื่นๆ เช่น เรื่องอาหาร ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องอาหารสำหรับสิว เรื่องอารมณ์ เชื่อว่าอารมณ์เครียดส่งผลต่อสิว จึงควรออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ และเรื่องเครื่องสำอาง ควรเลือกเครื่องสำอางชนิดที่ละลายได้ดีในน้ำ เพื่อชะล้างออกได้ง่าย และไม่หลงเหลือ อุดตันตามรูขุมขน และไม่ควรให้เครื่องสำอางตกค้างที่ผิวนานจนเกินไป

คำแนะนำสำหรับผู้ที่เป็นสิว
ถ้าเป็นไม่มากอาจจะยังไม่ต้องไปพบแพทย์ก็ได้ เนื่องจากจะหายได้เอง เพียงแต่ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ห้ามบีบห้ามแกะสิวโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นสิวอาจจะอักเสบใหญ่ขึ้น เครื่องสำอาง ถ้าจะใช้ควรใช้ประเภทที่ไม่มีไขมัน (oil-free) และควรล้างเครื่องสำอางออกให้หมดทุกวัน สเปรย์หรือเจลใส่ผม ไม่ควรให้โดนผิวหน้า เพราะอาจทำให้เกิดสิว ห้ามแกะเกาหรือบีบสิวเอง เพราะทำให้การอักเสบเพิ่มขึ้น และมีรอยแผลเป็นมากยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการรบกวนผิว เช่น การขัดหน้าหรือนวดหน้า และการเช็ดถูหน้าแรง ๆควรพักผ่อนให้เพียงพอ หรือออกกำลังกายให้พอเหมาะ การอดนอนหรือทำงานหนัก และเครียดเกินไป ทำให้เกิดสิวเป็นมากขึ้น  ต้องเข้าใจว่า จุดประสงค์ของการรักษาสิว คือ ป้องกันการเกิดสิวใหม่ และทำให้สิวที่เป็นอยู่เดิมยุบสลายไป เป็นสัจธรรม
ปัญหาเรื่องสิวถือเป็นปัญหาพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งทุกๆชีวิตต้องผ่านขั้นตอนการเป็นสิว ไม่มากก็น้อย เพราะทุกคนต้องผ่ายช่วงวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์ สิวเป็นเรื่องของธรรมชาติของร่างกายก็จริง แต่ถ้าเกิดขึ้นกับผู้ใดแล้ว จะมีปัญหาติดตามมาไม่มากก็น้อย ถ้าเป็นสิวเล็กๆน้อยๆก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าเป็นสิวมากๆเต็มใบหน้า อาจทำให้ใบหน้าเละ ไม่น่ามอง กลายเป็นคนบุคคลิกเสียไปเลยก็ได้ ติดตามมาคือ ความเครียด กังวลใจ กลุ้มใจ ทรมานใจ ดังนั้น สิวจึงถือว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เราปวดหัวได้ บางท่านรักษามาสารพัดวิธี เสียเงินเท่าไหร่ก็ยอม บางรายเสียเงินรักษาสิวเป็นแสนก็มีให้เห็น รักษาสิวเป็นหมื่นถือว่าเป็นเรื่องปกติ
     ก่อนอื่นผู้ที่เป็นสิวควรทำความเข้าใจกับเรื่องราวของสิวก่อน ว่ามีที่มาและที่ไปอย่างไร? และจะทำการแก้ไขจัดการกับสิวนี้อย่างไร? ไม่ควรสะเปะสะปะไปเรื่อยๆ เพราะจะทำให้เสียทั้งเงินและเวลา ประการสำคัญ ทำให้เสียโฉมได้ง่ายๆ

เทคนิคการกําจัดสิวด้วยวิธีธรรมชาติ ทำด้วยตัวเองไม่ต้องเสียเงินใดๆ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ จะช่วยลดการเกิดสิวขึ้นได้ สิ่งที่ต้องปฏิบัติเป็นประจำมีดังต่อไปนี้

1. รักษาความสะอาด ควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดความมัน

2. หลังทำกิจกรรม ที่มีเหงื่อออกมาก ควรล้างหน้าทุกครั้ง เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ความมัน และแบคทีเรียบนใบหน้า

3. ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่มีสามารถขจัดแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว หรือที่มีส่วนผสม ของสารสกัดจากพืชธรรมชาติ ที่เหมาะกับสภาพผิว

4. ระหว่างที่เป็นสิว ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ใส่ผม หรือเครื่องสำอางที่มีความเหนียวเหนอะหนะ  เพราะสารในผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะตกค้างอยู่แถวๆตีนผม ซึ่งจะทำให้เกิด การระคายเคืองและเป็นสิวขึ้นได้

5. ห้ามบีบหรือแกะสิวเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่รักษาได้ยาก

6. ควรรักษาสุขภาพ โดยทั่วไปให้ดีอยู่เสมอ  เช่น รับประทานผัก ผลไม้ น้ำผลไม้ และน้ำสะอาด ให้มากๆ

7. พยายามอย่าเครียดหรือนอนดึก พักผ่อนให้เพียงพอ การเครียดมากๆจะทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก

วิธีป้องกันและรักษาสิว

ด้วยการกำจัดปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิว ไม่ให้กำเริบ โดยมีข้อแนะนำต่างๆ ดังนี้

1. นอนหลับให้เพียงพอ - การนอนหลับไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสิวเช่นกัน เนื่องจากร่างกายเราอ่อนแอและเพลีย  อารมณ์ขัน ทำให้เรามีความสุข ปราศจากความเครียด ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุของสิวอีกอย่างหนึ่ง

2. รับประทานอาหารจำพวกผัก จะทำให้เราสามารถล้างพิษออกจากร่างกายได้ และยังมีวิตามินต่างๆ ซึ่งยังช่วยทำให้เราร่างกายแข็งแรงอีกด้วย รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงแต่พอดี หากอาหารไขมันสูงมากๆ จะทำให้มีไขมันอยู่ในร่างกายสูง ซึ่งเป็นสาเหตุอีกประการของการเกิดสิว

3. ล้างหน้าให้สะอาด  การล้างหน้าให้สะอาดทำให้ใบหน้าของเราไม่สกปรก เป็นอีกหนึ่งวิธีป้องกัน แต่ควรระวังไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวหน้าเสียสมดุล การล้างหน้า ควรล้างเพียง 2 ครั้ง เช้าเย็น ยกเว้น ช่วงที่ออกกำลังกาย หรือ ช่วงที่คิดว่าหน้าเราสกปรกมากจริง ๆ สามารถล้างหน้าได้ตามต้องการ ใช้กระดาษซับหน้ามัน  หากหน้าเรามันมากๆ ควรใช้กระดาษซับหน้ามันแทน แต่ไม่ควรซับทั้งวัน เพราะจะทำให้เสียบุคคลิก

4. หลีกเลี่ยงการจับหัวสิวหรือบีบสิว ยุ่งกับผิวให้น้อยที่สุด เพราะฝ่ามือของเรามีทั้งความสกปรก และแบคทีเรีย ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดสิว

5. ใช้ยากำจัดสิว  ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์กำจัดสิวจำหน่ายทั่วไปตามท้องตลาด ควรใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ - วิตามินเอมีสรรพคุณรักษาสิวอยู่ด้วย ใช้ยาอย่างจริงจัง  การใช้ยาที่มีฤทธิ์แรงกว่าเดิม โดยเน้นไปที่ยาประเภท เบนซอย์เพอรอกไซด์ (Benzoyl Peroxide) หรือประเภทที่มีกรดซาลิซีลิก (Salicylic Acid) ที่มีเปอร์เซ็นต์ต่ำ ข้อควรระวัง ควรเริ่มใช้จากเปอร์เซ็นต์ต่ำๆ ไม่ควรใช้เปอร์เซ็นต์สูงๆ จะทำให้ผิวเราแพ้ และอาจเกิดอาการแพ้ยา ใช้ยาฉีดแบบเฉียบพลัน  แพทย์สามารถฉีดคอร์ติโชน ที่เม็ดสิวเพื่อให้สิวยุบภายในไม่กี่ชั่วโมงได้

6. ปรึกษาแพทย์  หากใช้วิธีการต่างๆ ที่กล่าวมาไม่ได้ผล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิว เนื่องจากสิวอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือ ฮอร์โมน ซึ่งการปรึกษาแพทย์จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ควรทำ

 สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ที่มาของสิวหรือปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเกิดสิวหรือที่มาของการเกิดสิว

1.  ฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะฮอร์โมนแอนโดรเจน  ผู้ที่เป็นสิวมากกว่า 90% มีสาเหตุมาจากฮอร์โมน

2. เชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วไปในทุกตารางนิ้ว โดยเฉพาะสิวอักเสบส่วนใหญ่มาจากเชื้อแบคทีเรียทั้งสิ้น

3. สารเคมี อาจทำให้เกิดสิวได้ในบางกรณี เมื่อสัมผัสกับสารเคมีนั้นๆ

4. สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมลพิษจากสิ่งแวดล้อม ทั้งสภาวะอากาศ น้ำ เป็นต้น

สรุปปัจจัยหรือที่มาของสิวทุกประเภท มาจาก 2 ปัจจัยหลักๆ ดังนี้

1. ปัจจัยจากภายในร่างกาย เช่น ฮอร์โมนในร่างกาย ภาวะโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ รวมถึงภาวะความเครียด ร่างกายอ่อนแอ เป็นต้น

2. ปัจจัยจากภายนอก เช่น สิ่งแวดล้อม สารเคมีต่างๆ ของใช้สอยในชีวิตประจำวัน เป็นต้น

    แนวทางในการการรักษาสิว

การรักษาสิวนั้นมีหลายแบบขึ้นอยู่กับชนิดของสิวและความรุนแรง สิวอาจเป็นเรื่องธรรมชาติและหายได้เองสำหรับบางคน แต่ในบางรายที่มีการอักเสบมากการรักษาต้องเป็นไปในทางที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงปรารถนา เช่น แผลเป็นนูน หรือแผลเป็นหลุม
ในผู้ป่วยที่มีสิวอักเสบค่อนข้างมากควรได้รับการตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะการรักษาอย่างไม่ถูกต้องนอกจากจะไม่ได้ผลแล้วยังอาจทำให้เกิดการดื้อยา หรือได้รับผลเสียจากการใช้ยานั้นๆได้
 
จุดมุ่งหมายของการรักษาสิวคือลดโอกาสการเกิดแผลเป็นจากสิวอักเสบขนาดใหญ่ เนื่องจากสิวอักเสบขนาดใหญ่จะมีการทำลายเนื้อเยื่อเซลล์ผิวหนังไปมาก เมื่อร่างกายซ่อมแซมก็อาจจะไม่ดีเหมือนเดิม และทำให้เป็นหลุม รอยแผลเป็น
 

   ในการดูแลรักษาสิว ควรปฏิบัติดังนี้

1. ความสะอาด ในเรื่องนี้ควรรักษาความสะอาดผิวหนังตามปกติ คือล้างหน้าและผิวหนังตามปกติด้วยสบู่ธรรมดา วันละ ๒ ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว และไม่ควรใช้สบู่ยา เพราะตัวยาในสบู่มักมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ และในการล้างหน้าทุกครั้งควรฟอกถูตามปกติ ไม่ควรฟอกหรือถูอย่างรุนแรง เพราะอาจส่งผลระคายเคืองต่อผิวหนังได้ ยกเว้นในรายที่ผิวหน้ามัน อาจต้องล้างหน้าบ่อยกว่านี้ สิวถือว่าเกิดตามธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากความสกปรก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรดูแลสุขอนามัยและความสะอาดตามปกติ
2. หลีกเลี่ยงการบีบและแกะสิว เป็นปัจจัยสำคัญมาก เพราะการแกะและบีบสิวจะทำให้สิวลุกลามและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้และทิ้งรอยแผลเป็นของสิวเมื่อหายดีแล้วอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรแกะหรือบีบหัวสิวเป็นอันขาด เพราะเมื่อแกะหรือบีบแล้ว ด้วยมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาด จะเป็นการทำลายเนื้อเยื่อผิวหน้าและเกิดการติดเชื้อได้โดยง่าย
3. อื่นๆ เช่น เรื่องอาหาร ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องอาหารสำหรับสิว เรื่องอารมณ์ เชื่อว่าอารมณ์เครียดส่งผลต่อสิว จึงควรออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ และเรื่องเครื่องสำอาง ควรเลือกเครื่องสำอางชนิดที่ละลายได้ดีในน้ำ เพื่อชะล้างออกได้ง่าย และไม่หลงเหลือ อุดตันตามรูขุมขน และไม่ควรให้เครื่องสำอางตกค้างที่ผิวนานจนเกินไป

คำแนะนำสำหรับผู้ที่เป็นสิว
ถ้าเป็นไม่มากอาจจะยังไม่ต้องไปพบแพทย์ก็ได้ เนื่องจากจะหายได้เอง เพียงแต่ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ห้ามบีบห้ามแกะสิวโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นสิวอาจจะอักเสบใหญ่ขึ้น เครื่องสำอาง ถ้าจะใช้ควรใช้ประเภทที่ไม่มีไขมัน (oil-free) และควรล้างเครื่องสำอางออกให้หมดทุกวัน สเปรย์หรือเจลใส่ผม ไม่ควรให้โดนผิวหน้า เพราะอาจทำให้เกิดสิว ห้ามแกะเกาหรือบีบสิวเอง เพราะทำให้การอักเสบเพิ่มขึ้น และมีรอยแผลเป็นมากยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการรบกวนผิว เช่น การขัดหน้าหรือนวดหน้า และการเช็ดถูหน้าแรง ๆควรพักผ่อนให้เพียงพอ หรือออกกำลังกายให้พอเหมาะ การอดนอนหรือทำงานหนัก และเครียดเกินไป ทำให้เกิดสิวเป็นมากขึ้น  ต้องเข้าใจว่า จุดประสงค์ของการรักษาสิว คือ ป้องกันการเกิดสิวใหม่ และทำให้สิวที่เป็นอยู่เดิมยุบสลายไป เป็นสัจธรรม
ปัญหาเรื่องสิวถือเป็นปัญหาพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งทุกๆชีวิตต้องผ่านขั้นตอนการเป็นสิว ไม่มากก็น้อย เพราะทุกคนต้องผ่ายช่วงวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์ สิวเป็นเรื่องของธรรมชาติของร่างกายก็จริง แต่ถ้าเกิดขึ้นกับผู้ใดแล้ว จะมีปัญหาติดตามมาไม่มากก็น้อย ถ้าเป็นสิวเล็กๆน้อยๆก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าเป็นสิวมากๆเต็มใบหน้า อาจทำให้ใบหน้าเละ ไม่น่ามอง กลายเป็นคนบุคคลิกเสียไปเลยก็ได้ ติดตามมาคือ ความเครียด กังวลใจ กลุ้มใจ ทรมานใจ ดังนั้น สิวจึงถือว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เราปวดหัวได้ บางท่านรักษามาสารพัดวิธี เสียเงินเท่าไหร่ก็ยอม บางรายเสียเงินรักษาสิวเป็นแสนก็มีให้เห็น รักษาสิวเป็นหมื่นถือว่าเป็นเรื่องปกติ
     ก่อนอื่นผู้ที่เป็นสิวควรทำความเข้าใจกับเรื่องราวของสิวก่อน ว่ามีที่มาและที่ไปอย่างไร? และจะทำการแก้ไขจัดการกับสิวนี้อย่างไร? ไม่ควรสะเปะสะปะไปเรื่อยๆ เพราะจะทำให้เสียทั้งเงินและเวลา ประการสำคัญ ทำให้เสียโฉมได้ง่ายๆ

   แนวทางในการบริหารและจัดการกับสิว

1. การจัดการรักษาสิวให้หาย เนื่องจากสิวสามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็สามารถกลับมาเป็นสิวใหม่ได้อีกทุกเมื่อ ดังนั้นเมื่อรักษาสิวให้หายเป็นปกติหรือดีขึ้นแล้ว สิ่งที่ต้องทำในขั้นต่อไป

2. การป้องกันไม่ให้สิวกลับมาเป็นอีก ซึ่งผู้ที่เป็นสิวส่วนมากจะมองแต่ในเรื่องของการรักษาสิวให้หายขาด สิวอาจไม่สามารถหายขาดได้ ตราบใดที่ฮอร์โมนแอนโดรเจนยังมีมากและแสดงผลอยู่ในร่างกาย ภาวะฮอร์โมนจะลดลงเรื่อยๆตามอายุที่มากขึ้น ภาวะการเป็นก็จะลดลงตามไปด้วย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการป้องกันการเกิดสิวบ่อยๆเมื่อทำการรักษาหายแล้ว และการป้องกันควรกระทำอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดสิวขึ้นมีตลอดเวลา

   แนวทางในการป้องกันการเกิดสิว

เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดใดได้ผลดีแล้ว ควรใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นช่องทางป้องกันการเกิดสิวขึ้นมาใหม่ ส่วนแนวทางอื่นก็ควรปฏิบัติควบคู่กันไป

วิธีป้องกันและรักษาสิว

วิธีป้องกันง่ายๆ คือ การกำจัดปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิว ไม่ให้เกิดขึ้นหรือเกิดน้อยที่สุด ดังนี้

# การพักผ่อนอย่างเพียงพอ นอนหลับให้เพียงพอ - การนอนหลับไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสิวได้เช่นกัน เนื่องจากร่างกายเราอ่อนแอภูมิต้านทานลดลง

# ลดความเครียด สร้างอารมณ์ขำขัน ทำให้เรามีความสุข ปราศจากความเครียด ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุของสิว

# กินอาหารจำพวกผักสีเขียว - การที่เรากินอาหารจำพวกผัก จะทำให้เราสามารถล้างพิษออกจากร่างกายได้ และยังมีวิตามินต่างๆ ซึ่งยังช่วยทำให้เราร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ลดไขมันไปในตัว 

# ละเว้นการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงหรือกินอาการที่มีไขมันสูงแต่พอดี - หากรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมากๆ เข้าไป จะทำให้มีไขมันสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุอีกประการของการเกิดสิว

# ล้างหน้าให้สะอาด - การล้างหน้าให้สะอาดทำให้ใบหน้าของเราไม่สกปรก เป็นอีกหนึ่งวิธีป้องกัน แต่ควรระวัง ไม่ควรล้างหน้าบ่อย เพราะจะทำให้หน้าของเราเสียสมดุล การล้างหน้า ควรล้างเพียง 2 ครั้ง เช้าเย็น ยกเว้น ช่วงที่เสร็จจากกีฬา, ออกกำลังกาย หรือ ช่วงที่คิดว่าหน้าเราสกปรกมากจริง ๆ สามารถล้างหน้าได้ตามต้องการ

# ใช้กระดาษซับหน้ามัน - หากหน้าเรามันมากๆ ลองเปลี่ยนมาใช้กระดาษซับหน้ามันแทน เป็นวิธีช่วยอีกทางหนึ่ง ควรซับแต่พอดี ไม่ควรซับทั้งวันจะดูไม่ดีและเสียนิสัย

# หลีกเลี่ยงการจับหัวสิว หรือบีบสิว แกะสิว ยุ่งกับเซลล์ผิวให้น้อยที่สุด - เพราะฝ่ามือของเรามีทั้งความสกปรก และ แบคทีเรีย ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดสิว

# ใช้หลังฝ่ามือลูบแทน - หลังฝ่ามือเป็นบริเวณที่เราไม่ยุ่งเกี่ยวมากที่สุด จึงเป็นบริเวณที่ค่อนข้างสะอาด ดังนั้นแล้วการใช้หลังฝ่ามือลูบคลำเล็ก ๆ น้อยๆ ถือว่าไม่ทำให้สกปรกมากนัก แต่เราควรล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ

# ใช้ยากำจัดหัวสิว - ปัจจุบันมีอยู่ทั่วไปตามร้านขายยาแผนปัจจุบัน

# ใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ - วิตามินเอมีสรรพคุณรักษาสิวอยู่ด้วย ซึ่งมียาทาใบหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามิน A  สามารถสอบถามตามร้านขายยาทั่วไป

# ใช้ยาอย่างจริงจัง - การใช้ยาที่มีฤทธิ์แรงกว่าเดิม โดยเน้นไปที่ยาประเภท เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) หรือประเภทที่มีกรดซาลิไซลิค (Salicylic Acid) ที่มีเปอร์เซ็นต์ต่ำ ข้อควรระวัง ควรเริ่มใช้จากเปอร์เซ็นต์ต่ำๆ ไม่ควรใช้เปอร์เซ็นต์สูงๆ จะทำให้ผิวเราแพ้ และอาจเกิดอาการแพ้ยา

# ใช้ยาฉีดแบบเฉียบพลัน - แพทย์สามารถฉีดโคติโซน ที่เม็ดสิวเพื่อให้สิวยุบภายในไม่กี่ชั่วโมง

# ปรึกษาแพทย์ - หากใช้วิธีต่างๆ ไม่ได้ผล แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเป็นการดีที่สุด เนื่องจากสิวอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือ ฮอร์โมน ซึ่งการปรึกษาแพทย์จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ควรทำ ซึ่งปัจจุบัน ยังมีคลินิกรักษาหน้าเปิดอยู่ทั่วไป 

     

สิวอักเสบหรือการอักเสบของสิว เกิดขึ้นจาก 2 กรณี ดังนี้

1. กรณีสิวอักเสบหรือสิวที่อักเสบเกิดจากการบีบ การกด การกระแทกจากภายนอกเซลล์ผิวหนัง กรณีนี้เซลล์จะทำการรักษาให้ผิวสนิทเอง แต่อาจจะทิ้งร่องรอยแผลเป็นให้เห็น เนื่องจากเซลล์ที่ถูกกดทับ อาจทำให้เซลล์ตายได้

2. กรณีที่การอักเสบของสิวนั้น หรือสิวอักเสบนั้นเกิดจากภาวะการติดเชื้อ ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น จึงเรียกกันว่า สิวอักเสบ  การเกิดสิวอักเสบ ส่วนใหญ่จะมาจากภาวะฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้ต่อมไขมันทำงานหนักหลั่งไขมันออกมาผ่านทางเซลล์รูขุมขนส่วนต่างๆของร่างกาย ไขมันเหล่านี้เป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย ซึ่งมีกระจายทั่วไปในทุกอณู ปฏิกิริยาการย่อยสลายระหว่างแบคทีเรียกับไขมัน ทำให้เกิดของเสียขึ้นภายในเซลล์ และของเสียที่ว่านี้ก็คือ สารพิษ ( Toxic )ที่แบคทีเรียหลั่งสารชนิดนี้ออกมานั่นเอง เมื่อสะสมในเซลล์จึงมีผลทำให้เซลล์อักเสบขึ้น พูดง่ายคือเซลล์ได้รับสารพิษจากแบคทีเรีย ซึ่งแบคทีเรียที่ว่านี้เขาเรียกทั่วๆไปว่า P. Acne นั่นเอง เป็นเชื้อที่หลั่งสารพิษออกมาเมื่อมีการย่อยสลายไมเลกุลของไขมัน นี่คือที่มาของการอักเสบของเซลล์หรือภาวะสิวอักเสบนั่นเอง แม้กระทั่งสารเคมีหรือโมเลกุลของสารจากเครื่องสำอางเข้าไปอุดตันเซลล์ผิวหนัง อาจก่อให้เกิดการอักเสบและพัฒนาการกลายเป็นหนองได้ ซึ่งก็เกิดปฏิกิริรยาการย่อยสลายของแบคทีเรียนั่นเอง ดังนั้น ถ้ากำจัดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ได้ ก็เท่ากับการกำจัดการอักเสบหรือสิวอักเสบได้นั่นเอง ซึ่งไม่ได้ลึกลับซับซ้อนใดๆ สามารถอธิบายได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

วิธีป้องกันสิวอักเสบเบื้องต้น

1. ล้างหน้าด้วยสบู่เหลวอ่อนๆ
2. ถ้าผิวหน้ามันมาก ก็ให้ใช้กระดาษซับไขมันออก 
3. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่งสำอางที่แรงเกินไป ควรใช้ครีมอ่อนๆ 
4. หลีกเลี่ยงที่อับชื้นและที่มีมลพิษมากๆ
5. ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีใดๆก่อนเข้านอน
6. เวลาที่ล้างหน้าไม่ควรถูแรงๆ เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบได้
7. อย่าปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเป็นเวลานานๆ
8. อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้ากดทับบริเวณที่สิวอักเสบ
9. อย่าใช้มือแกะเกาบริเวณที่เป็นสิว เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ 
10. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าเครียด หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
11. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณไขมันมากๆ

 สิวจะเป็นเฉพาะบริเวณที่มีต่อมไขมันเท่านั้น ดังนั้นบริเวณที่มีต่อมไขมันมากเช่น ใบหน้า หน้าอก และแผ่นหลัง จึงเป็นสิวบ่อยกว่าที่อื่น การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในวัยรุ่นโดยเฉพาะฮอร์โมนแอนโดรเจนและเทสโทสเตอโรนเป็นตัวทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ต่อมไขมัน เพราะต่อมไขมันอยู่ภายใต้อิทธิพลของฮอร์โมนเพศ
   
สิว ( Acne  ) เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง บริเวณที่สิวชื่นชอบมากเป็นพิเศษก็คือ ส่วนใบหน้า บริเวณหน้าอก และบริเวณแผ่นหลัง ซึ่งในแต่ละจุดเหล่านี้เป็นบริเวณที่มีต้อมไขมันอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า แผ่นหลัง หรือแม้กระทั่งบริเวณหลังท้ายทอย( ดังรูปด้านบน ) สิวถือว่าเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ทำให้หลายคนหนักอกหนักใจไปตามๆกัน โดยเฉพาะวัยรุ่นแรกเริ่มจะเป็นสิวกันมากที่สุด ทั้งนี้สาเหตุส่วนใหญ่มาจากฮอร์โมนเพศ สิวเกิดจากภาวะที่เซลล์รูขุมขนถูกอุดตันจากสิ่งแปลกปลอม เช่น ถูกอุดตันจากไขมัน จากสิ่งสกปรก ฝุ่นละอองต่างๆเป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นภาวะการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ผิดปกติไป ปัญหาเรื่องสิวถือว่าเป็นปัญหาใหญ่มากๆสำหรับวัยรุ่น บางรายถึงขนาดกลุ้มใจคิดฆ่าตัวตายก็มี สุขภาพจิตแย่ลง มีความกังวลสูง ซึ่งสิวถือว่าเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่คลุกคามมนุษย์ และพัฒนาการไปตามความเจริญที่เปลี่ยนไป มีสิ่งของเครื่องใช้ใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดเลา มลพิษเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความเครียดเพิ่มมากขึ้น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสิวทั้งสิ้น สิวเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน

  ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว
ดังที่กล่าวมาแล้วว่ามีปัจจัยหลายชนิดที่เป็นสาเหตุหรือที่มาของสิว แต่พอสรุปได้แบบสั้นๆเพียง 2 ปัจจัยต่อไปนี้.-
 1. ปัจจัยภายใน 

1.1พันธุกรรม(genetic) มีประวัติการเป็นสิวในครอบครัวหรือบรรพบุรุษติดมาด้วย
1.2ฮอร์โมนเพศ ได้แก่ ฮอร์โมน Androgen ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย มีฤทธิ์กระตุ้นให้ต่อมไขมัน( Sebum)ทำงานขับไขมันส่วนเกินออกมา จนเกิดการอุดตันเกิดขึ้น

1.3 Hormoneเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในผู้หญิง ในภาวะก่อนมีประจำเดือนหรือขณะตั้งครรภ์ อาจจะจะมีสิวเพิ่มขึ้นหรือเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นต่อมไขมันจะมีขนาดโตขึ้นและผลิตไขมันมา กขึ้น
1.4 ความเครียด และความกังวล นอนไม่หลับ อดนอนบ่อยๆนอนดึก พักผ่นไม่เพียงพอ เนื่องจากความเครียดจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันหลั่งไขมันออกมามากขึ้น


ที่มาของสิวจากปัจจัยภายในร่างกายของเราก็มีจำนวนมาก โดยเริ่มจากฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศ ในช่วงที่เข้าสู่วัยรุ่นฮอร์โมนจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในวัยรุ่นบางรายพอร่างกายเข้าสู่วัยรุ่นโดยกระทันหันแบบตั้งตัวไม่ทัน วันรุ่งขึ้นสิวขึ้นบนใบหน้าแล้ว พร้อมกับรู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงไปในหลายๆส่วน ฮอร์โมนเหล่านี้อาจแสดงผลรุนแรง แต่ในบางคนก็ไม่รุนแรง ก็อาจจะเห็นสิวมีน้อยหรืออาจไม่มีก็ได้ นอกจากฮอร์โมนแล้ว พันธุกรรมที่รับมาจากพ่อแม่หรือบรรพบุรุษก็อาจจะมีส่วน โรคบางชนิด ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนไม่เต็มที่ เครียด หรือแม้กระทั่งการทำงานของอวัยวะภายในบกพร่องก็อาจเป็นสาเหตุได้เช่นกัน ปัจจัยภายในส่วนมากเราจะควบคุมไม่ค่อยได้
 2. ปัจจัยภายนอก ( ภายนอกร่างกาย )
เชื้อแบคทีเรีย Proprionebacterium acne ที่อยู่ในรูขุมขน ซึ่งจะย่อยสลายไขมันทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนและเกิดการอักเสบขึ้น ปัจจัยแวดล้อมภายนอก เช่น การใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของลาโนลินและขี้ผึ้ง การล้างหน้าด้วยสบู่บ่อยๆ หรือการใช้ยาสเตียรอยด์ วิตามินบางชนิด  ยาทาฝ้า สารก่อฟองในสบู่ล้างหน้าหรือแชมพูบางชนิด การสัมผัสสารคลอรีน น้ำมัน ไฮโดรคาร์บอน บางคนอาจแพ้สารเคมีบางชนิดในน้ำมันแต่งผม หรือยาย้อมผม การรับประทานยาบางประเภท เช่น ฮอร์โมน , ยาคุม  เป็นต้น
 ปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมและของใช้ใกล้ตัวเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน เป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีมากขึ้นตามพัฒนาการของโลกในยุคความเจริญทางวัตถุ จะเห็นว่าเราเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้บ่อยๆหรือเป็นประจำก็มี เช่น มลพิษรอบข้าง สิ่งแวดล้อมทั้งน้ำและอากาศที่มีมลพิษมากขึ้น สารเคมีมีมากขึ้น เครื่องใช้อุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดของปัญหาทั้งสิ้น ปัจจัยภายนอกเหล่านี้บางอย่างเราก็สามารถควบคุมหรือหลีกเลี่ยงได้ แต่บางอย่างก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง ฝุ่นละอองในบรรยากาศที่เรามองไม่เห็น ไอพิษ ควันพิษ อากาศที่เป็นพิษ สิ่งเหล่านี้เราควบคุมยากและในบางครั้งเราต้องทนอยู่กับมัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดสิวบนใบหน้าได้อย่างสบาย การดูแลรักษาเพียงแค่ล้างใบหน้าด้วยน้ำสะอาดแบบเดิมๆยังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา
 

การดูแลและรักษาสิวมีหลักง่ายๆ 2 วิธี คือ
1. กรณีเป็นสิวไม่อักเสบ เม็ดเล็กๆ จำนวนไม่มาก ก็ทำความสะอาดผิวหนังและใช้ยาทารักษาสิวบ้างเป็นบางครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการอุดตันของไขมันในรูขุมขน (comedone) ก็พอจะช่วยให้สิวลดลงหรือป้องกันไม่ให้สิวใหม่เกิดขึ้นได้ระดับหนึ่ง

2. กรณี
เป็นสิวอักเสบ ถ้าเป็นหนักๆคงต้องปรึกษาแพทย์ เพราะต้องใช้ปฏิชีวนะ (รับประทานหรือทาเฉพาะที่แล้วแต่ความรุนแรงของสิว) ซึ่งควรจะต้องรีบรักษา และหลีกเลี่ยงการแกะหรือบีบ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็น รอยบุ๋มขึ้นในภายหลัง ซึ่งจะรักษายากมากขึ้น 

คนทั่วๆไปมักจะเข้าใจว่าสิวเกิดจากผิวหน้าสกปรก จริงๆแล้วไม่เสมอไปว่าคนเป็นสิวต้องเป็นคนที่หน้าสกปรก แต่สิวเกิดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ต่อมไขมันก็จะทำงานมากผิดปกติ และเซลล์เยื่อบุรูขุมขนมีการแบ่งตัวมากไป รูขุมขนก็จะแคบลง จึงเกิดการอุดตันของไขมันที่มากผิดปกติ ไม่สามารถที่จะระบายออกจากรูขุมขนได้จึงเกิดเป็นสิวขึ้นมา สาเหตุที่ก่อให้เกิดสิวมีหลายอย่าง ดังนี้
         1. ความเครียด ความวิตกกังวลทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง จึงเป็นการกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันทำให้เกิดสิวได้
         2. แสงแดด ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น และเกิดการแบ่งเซลล์ที่ต่อมไขมันมากกว่าปกติ ก็ทำให้เกิดสิวได้
         3. อาหาร อาหารที่มันจัด เช่น ของทอดและของมันๆ อาหารหวานจัด เช่น น้ำอัดลม
อาหารหวานๆ อาหารทะเลที่มีธาตุไอโอดีน (iodine) เช่น สาหร่ายทะเล และวิตามินบางอย่าง เช่น วิตามินอี วิตามินบี 12 ก็ทำให้เกิดสิวได้
         4. กิจวัตรประจำวัน เช่น การนอนดึก ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อร่างกาย ทำให้เกิดสิว นอกจากนี้อาการท้องผูกก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้ เพราะอาหารที่
คั่งค้างอยู่ในท้องเป็นของเสียที่ร่างกาย ไม่ต้องการ ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดสิวได้
         5. การล้างหน้ามากเกินไปหรือบ่อยๆ จะทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น เพื่อผลิตไขมันมากจนผิดปกติ ทำให้เกิดการอุดตันของไขมันกลายเป็นสิวได้
         6. สารเคมีในสบู่บางชนิดเป็นสบู่ที่ผสมกำมะถันและสารเฮกซาคลอโรฟิน (hexaclorrofin) อาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดสิวได้
         7. สารสเตียรอยด์ (steroid) ทั้งชนิดทาและชนิดรับประทาน ก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดสิวได้ด้วยเช่นกัน
         8. ฮอร์โมน ฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen hormone) ที่กระตุ้นการสร้างไขมันมาก จะเกิด
การอุดตันของรูขุมขน จึงทำให้เกิดเป็นสิวได้ง่าย
         ท่านผู้ฟังทราบมั้ยคะว่า ทำไมสิวบนใบหน้าแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน ก็เพราะว่าแต่ละคนเป็นสิวชนิดต่างๆกันไป ชนิดของสิวแบ่งได้ ดังนี้
         1. สิวหัวขาว เป็นส่วนผสมของผิวหนังเซลล์ที่ตายแล้วรวมกับไขมันซึ่งอยู่ในรูขุมขน
จะมีลักษณะเป็นเม็ดขาวปนเหลืองนูนขึ้นมาบนผิวหนัง
         2. สิวหัวดำ เป็นสิวหัวขาวซึ่งถูกออกซิเจนในอากาศหรือมีเม็ดสีเมลานิน (melanin) มาสะสมอยู่ จะเกิดเป็นสิวหัวดำ
         3. สิวอักเสบ เป็นสิวหัวขาวหรือหัวดำที่มีเชื้อแบคทีเรียซึ่งปกติอยู่ในผิวหนัง ย่อยไขมันที่สะสมเป็นกรดไขมัน ทำให้เกิดการระคายเคืองผิว จึงมีอาการบวมแดงกลายเป็นสิวอักเสบ
         4. สิวหนอง เป็นสิวอักเสบที่ได้รับเชื้อจากภายนอกโดยการบีบหรือแกะสิว ทำให้มีการลุกลามของเชื้อโรคจนเป็นหนองขึ้น และจะรู้สึกเจ็บมาก
         5. สิวเสี้ยน สิวเสี้ยนเกิดจากการอุดตันของไขมันในรูขุมขนรวมตัวกับฝุ่นละอองในอากาศ ทำให้เกิดอัดตัวแน่นเป็นก้อน จึงเกิดเป็นสิวเสี้ยน
         6. สิวข้าวสาร สิวข้าวสารจะคล้ายกับสิวเสี้ยน แต่สิวข้าวสารเกิดจากไขมันที่ถูกขับจาก
ต่อมไขมันไปอุดตันอยู่ภายในท่อไขมัน ซึ่งการอุดตันเกิดลึกกว่าสิวเสี้ยน ทำให้เกิดเป็นไตแข็งๆ เป็นแล้วมักหายช้า
         7. สิวหัวช้าง ลักษณะการเกิดเช่นเดียวกับสิวหนอง แต่การแตกของต่อมไขมันเกิดขึ้นในชั้นที่ลึกกว่าสิวหนอง จึงทำให้เกิดการอักเสบมากกว่า ถ้าหากแกะหรือบีบสิว จะทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็นที่ลึกมาก ดังนั้นจึงไม่ควรบีบสิวที่เกิดขึ้น    

  

                                                                 <<   กลับหน้าแรก  >>