ReadyPlanet.com
dot
bullet(( รวมปัญหาสิวอักเสบ/รังแค ))
bullet(( เคลียร์สิวอักเสบที่ไหล่ ))
bullet(( เคลียร์ปัญหารวมมิตร ))
bullet(( เรื่องราวของสิวอักเสบ ))
bullet(( ข้อมูลการรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเอง ))
bulletเป็นสิวอักเสบเต็มหน้า
bulletเป็นสิวอักเสบเต็มหลัง/เป็นสิวอักเสบที่หลัง
bulletเป็นสิวอักเสบที่แก้ม
bulletเป็นสิวอักเสบที่คาง
bulletเป็นรังแคเยอะมาก
bulletเคลียร์รังแคเรื้อรังเชื้อราบนหนังศีรษะ
bulletเคลียร์สิวผดสิวผื่นแบบง่ายๆ
bulletรวมภาพสิวอักเสบในแต่ละจุด
bulletเป็นสิวที่ท้ายทอย/เป็นสิวอักเสบที่ท้ายทอย
bulletเป็นสิวที่แก้ม/เป็นสิวอักเสบที่แก้ม
bulletวิธีรักษาสิวอักเสบ/แก้สิวอักเสบด้วยตัวเองในเบื้องต้น
bulletสิวขึ้นลำคอ
bulletเป็นสิวที่หน้าอก/หน้าอกเป็นสิว/สิวขึ้นตรงหน้าอก
bulletวิธีรักษาสิวที่หลังด้วยตัวเอง
bulletผิวหนังอักเสบเป็นตุ่มแดง
bullet หัวเป็นตุ่ม/หัวเป็นตุ่ม คัน/ หัวอักเสบ/หัวเป็นตุ่มสิว/หัวเป็นตุ่มหนอง
bullet((จากแบรนด์มาสเตอร์คลีน))
bulletผลิตภัณฑ์ของมาสเตอร์คลีนทั้งหมด
bulletจำหน่ายครีมกระชับผิวหน้า/ครีมหน้าเด้ง
bulletครีมหน้าเด้ง/ครีมกระชับผิวหน้า
bulletครีมกระชับผิวหน้า/ผลิตภัณฑ์กระชับผิวหน้า
bulletครีมกระชับผิวหน้ายี่ห้อไหนดี?
bulletการบํารุงผิวพรรณ
bulletเคล็ดลับการบํารุงผิวหน้าไม่ให้เป็นสิว
bullet(( จะเริ่มต้นบำรุงผิวพรรณเมื่อไหร่ดี? ))
bulletการบำรุงผิวด้วยน้ำผึ้งแท้
bulletการบำรุงผิวด้วยน้ำนมสดพลาสเจอร์ไรส์
bullet(( การเลือกใช้สบู่กรณีสิวอักเสบสิวผดผื่น ))
bullet(( การใช้แชมพูสำหรับหนังศีรษะอักเสบและรังแคเรื้อรัง ))
bulletแชมพูมาสเตอร์คลีนใช้ได้ดีกับปัญหาใด?
bulletมาสเตอร์คลีนคืออะไร?
bulletสิวคืออะไร?สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร?จะป้องกันสิวได้อย่างไร?
bulletเมื่อไหร่สิวจึงจะหายขาดแบบถาวร ?
bullet(( จะปฏิบัติตัวหรือทำตัวอย่างไรเมื่อเป็นสิว ?? ))
bullet(( วงจรการเกิดสิวและสิวอักเสบ ))
bullet(( เป็นฝีบ่อยๆ ))
bulletเกี่ยวกับสิวและที่มาของสิว
bullet อานุภาพของเชื้อแบคทีเรีย
bulletเป็นสิว/รักษาสิว
bulletสิวอักเสบในแต่ละจุด
bullet(( เทคนิคการเอาชนะสิวที่แก้ม ))
bulletเกี่ยวกับสิวอักเสบ( ที่มาของสิวอักเสบการดูแลรักษาสิวอักเสบ)
bulletข้อมูลเกี่ยวกับสิวและสิวอักเสบ
bulletเป็นสิวทําไงดี/เป็นสิวอักเสบ
bulletสิวอักเสบ
bullet((( วิธีรักษาสิวอักเสบ/วิธีป้องกันสิวอักเสบ )))
bulletการดูแลสิวอักเสบ/การรักษาสิวอักเสบ
bulletผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสิวอักเสบสิวผดผื่น
bulletเป็นผื่นคันน้ำเหลืองเสีย
bulletปัญหาสิวอักเสบ
bulletการทำความสะอาดสิวอักเสบด้วยสบู่เหลว
bulletกำจัดสิวอักเสบ
bulletกำจัดสิวอักเสบและสิวหนองอย่างไรให้รวดเร็ว?
bulletการแก้ปัญหาสิวอักเสบ
bulletการรักษาสิวอักเสบให้ได้ผลดี
bulletเป็นสิวอักเสบ
bulletเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้างอักเสบ
bulletการดูแลสิวอักเสบที่ใบหน้าและที่หลัง
bulletเป็นสิวที่หลัง/การรักษาสิวที่หลัง
bullet(( เป็นสิวที่คาง/เป็นสิวอักเสบที่คาง ))
bulletสิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่
bulletการรักษาสิวหัวช้าง/แก้สิวหัวช้าง
bulletสิวหนองหรือสิวหัวหนองคืออะไร?
bulletกำจัดสิวหัวหนองหรือสิวหนอง
bulletสิวอุดตัน/สิวอุดตันอักเสบ
bulletเป็นสิวเห่อที่คาง/เป็นสิวอักเสบที่คาง
bullet(( สิวผด ))
bulletสิวเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้าง
bulletสิวอักเสบและวิธีรักษาสิวอักเสบ
bulletรักษาสิวอักเสบ/ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอักเสบ
bulletยารักษาสิว
bullet(( สบู่รักษาสิวที่หลัง ))
bullet<< สบู่รักษาสิว >>
bulletสิว : ภัยคุกคามผิวหน้า
bulletเป็นสิว/เป็นสิวที่ใบหน้า
bulletเครื่องสำอางกับการเกิดสิว (cosmetic acne)
bulletเกี่ยวกับสิวและที่มาของสิว
bulletผิวที่ทำให้เกิดสิวอักเสบง่าย
bulletการรักษาสิวเบื้องต้น
bulletวิธีรักษาสิวดูแลสิวแต่ละชนิด
bulletแนวทางปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการเกิดสิว
bulletผดผื่นคัน/ เป็นผื่นคันตามตัว
bulletเป็นตุ่มอักเสบที่หน้าอก
bullet(( มีปัญหาเป็นผื่นคันตามผิวหนังบ่อยๆดูที่นี่ ))
bullet(( หนังศีรษะอักเสบ ผมร่วง ))
bulletเป็นเชื้อราที่หนังศีรษะทำให้ผมร่วงจริงหรือ?
bulletคันหัวจากเชื้อรา
bullet(( ผมร่วง คันศีรษะบ่อยๆ ))
bullet(( แชมพูรักษารังแค ))
bulletวิธีรักษารังแค/แก้รังแคด้วยตัวเอง
bulletหัวเป็นเชื้อราหรือศีรษะเป็นเชื้อรา
bulletหัวเป็นสิวหรือศีรษะเป็นสิวอักเสบ
bulletหัวอักเสบเป็นตุ่มหนอง/หัวอักเสบเป็นตุ่มคัน
bulletหนังศีรษะอักเสบเป็นหนอง
bulletรังแคจากเชื้อราบนหนังศีรษะ
bulletเทคนิคการกำจัดสิวเสี้ยน
bulletเป็นฝีที่รักแร้/เป็นฝีที่รักแร้ ทำไงดี
dot
Admin.
dot
bulletบริหารจัดการ
dot
เว็บไซต์ที่น่าเปิดดู
dot
bulletเปิดร้านกาแฟ/เปิดร้านสมูธตี้
bulletร้านแว่นตา.com
bulletช่างปั้น/งานปั้น/ทำแม่พิมพ์/ทำโมลด์
bulletBangkokShow.com


ขายสูตรสิวอักเสบ, ขายทรัพย์สินทางปัญญา, ขายลิขสิทธิ์, ขายนวัตกรรม, ขายโนฮาว, เทคโอเวอร์สูตรสิว
กาแฟ, กาแฟสด, แฟรนไชส์กาแฟ, ร้านกาแฟ, เปิดร้านกาแฟสด, อุปกรณ์กาแฟ, เคาน์เตอร์กาแฟ, เปิดร้านกาแฟ, ทำร้านกาแฟ, ธุรกิจร้านกาแฟ
สบู่เหลว, แชมพูสมุนไพร, ครีมหน้าเด้ง, ครีมกระชับผิวหน้า, เสริมความงาม, บำรุงผิวพรรณ, ครีมบำรุงหน้า, สบู่แก้สิว, สิวอักเสบ, สิวหนอง, สิวหัวช้าง, รักษาสิวอักเสบ, กำจัดสิวอักเสบ, แก้สิวอักเสบ, ผิวหนังอักเสบ, หนังศีรษะอักเสบ, ฮ่องกงฟุต, น้ำกัดเท้า
ร้านแว่นตา,แว่นสายตา,ตัดแว่นตามตัดแว่นสายตา, สายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง, ซื้อแว่นตา, ตัดแว่น, แว่นตาราคาถูก
กาแฟ, กาแฟสด, แฟรนไชส์กาแฟ, ร้านกาแฟ, เปิดร้านกาแฟสด, อุปกรณ์กาแฟ, เคาน์เตอร์กาแฟ, เปิดร้านกาแฟ, ทำร้านกาแฟ, ธุรกิจร้านกาแฟ


การเป็นสิวผดและสิวเห่อ article

  

ปัญหาพื้นฐานของคนเราเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ นั่นก็คือเป็นสิวนั่นเอง คงมีน้อยคนที่ไม่เคยมีสิวมากล้ำกลายบนใบหน้า หรือแทบจะพูดได้เลยว่า คงไม่มีใครที่อายุเลยวัยรุ่นแล้วยังไม่เคยเป็นสิวเลย เพียงแต่ว่าจะเป็นมากหรือน้อยเท่านั้น

สิวมีหลายประเภททั้งแบบสิวอุดตัน สิวอักเสบเป็นหนอง และอีกประเภทหนึ่งที่พบบ่อยมาก คือ สิวผด หรือบางคนอาจเรียกว่า สิวเทียม ซึ่งมีชื่อเป็นภาษาทางแพทย์ว่า Acne aestivale

สิวที่ว่านี้จะมีอาการเป็นเม็ดเล็ก ๆ ยิบ ๆ ชอบขึ้นตามหน้าผาก แถว ๆ จมูกและคาง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือแถว T-ZONE นั่นเอง

สิวประเภทนี้จะเหมือนกับสิ่งประเภทอื่น แต่จะต่างกันที่ สิวผดจะมีขนาดเล็กกว่า และไม่สามารถแกะออกมาเป็นเม็ดได้อย่างสิวอุดตัน และสิวผดจะขึ้นถี่ยิบ แต่สิวอุดตันจะขึ้นแบบเว้นช่องตามรูขุมขน

คนที่เป็นสิวประเภทนี้มักให้ประวัติว่า ตื่นนอนตอนเช้า หน้าใสไม่ค่อยมีสิว แต่พอสาย ๆ หรือบ่าย ๆ จะมีสิวเป็นเม็ดเล็ก ๆ โผล่มาเต็มหน้าเลย

บ่อยครั้งที่สิวแบบนี้พบร่วมกับคนที่มีรังแค โดยมักพบว่าอาจมีรังแคที่ศรีษะ หรือมีผื่นรังแคที่หน้าโดยเป็นผื่นแดงขึ้นตามหัวคิ้ว และข้างจมูกร่วมด้วย

เหตุที่สิวผดมักพบร่วมกับคนที่เป็นรังแคก็เพราะว่าทั้ง 2 ภาวะนี้เกิดจากสาเหตุอย่างเดียวกัน คือ เชื้อราชนิดหนึ่งประเภทยีสต์ ที่มีชื่อว่า Pityrosporum ovale แต่ในการเกิดรังแคเกิดจากร่างกายมีปฏิกิริยากับเชื้อราประเภทนี้ แต่สิวผดยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเชื้อรานี้มีบทบาทอย่างไร

เชื้อราประเภทนี้ชอบอยู่ตามผิวหนังที่มีต่อมไขมันมาก คือ บริเวณหน้าผาก จมูกและคาง คือ แถว T-ZONE นั่นเอง

วิธีรักษาสิวผด สามารถใช้ยาทาในกลุ่ม Benzoyl peroxide และทายากรดวิตามินเอ (Tretinoin) แต่ข้อเสียของยาทั้งสองชนิดนี้คือ เกิดการระคายเคืองง่าย อาจทำให้นางแดงเห่อได้ แต่คนที่ไม่แพ้ก็สามารถใช้ยาสองตัวนี้ได้

ซึ่งการทายา Benzoyl peroxide ควรเริ่มทาจากความเข้มข้นต่ำ คือจาก 2.5% โดยทาทิ้งไว้ประมาณ 5-20 นาที แล้วล้างออก วันละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับผิวหน้าแต่ละคนด้วย ถ้าไม่มีปัญหาอะไรค่อยเพิ่มความเข้มข้นของยาเป็น 5%

ส่วนยาทากรด ให้เริ่มทายาจากความเข้มข้นต่ำ คือ 0.0125% หรือ 0.025% ก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มความเข้มข้นเป็น 0.05% และต้องทาก่อนนอนเท่านั้น ไม่ควรทาในเวลากลางวัน เพราะอาจเกิดอาการแพ้แดดได้

แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถใช้ยาประเภท Benzoyl peroxide ให้เลี่ยงไปใช้ยารักษาตัวอื่นที่ไม่ระคายเคือง เช่น ครีมหรือแป้งน้ำรักษาสิวที่มีส่วนผสมของ Resorcinol

ยารักษาสิวผดที่นิยมมี 2 ตัว คือ ครีมที่มีส่วนผสมของ Selenium sulfide และ Ketoconazole cream โดยมากนิยมใช้ Selenium sulfide ทาทิ้งไว้แล้วล้างออก วันละ 2 ครั้ง และทา Ketoconazole cream ก่อนนอน

สำหรับคนที่มีเม็ดสิวผดเป็นจำนวนมาก อาจรับประทาน Ketconazole ร่วมด้วย แต่โดยมากมักไม่จำเป็นถึงขนาดต้องรับประทานยา

   วิธีป้องกันสิวผด

สิวผด จัดเป็นสิวประเภทหนึ่ง ที่พบบ่อยๆ มีลักษณะคล้ายผดผื่นเล็กๆ และแหลม โดยพบว่า มักจะดูเรียบหรือดีขึ้นในตอนเช้า และจะเห่อๆ ในตอนบ่ายๆ ผื่นอาจมีสีแดงและคันได้ หากล้างหน้าบ่อยขึ้น มักเป็นมากขึ้น และหากรักษาไม่ถูกต้องจะเป็นมากขึ้น บริเวณที่พบได้บ่อยๆ คือ บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะ หน้าผากและขมับ

สาเหตุ ที่พบบ่อย คือ

1. จากความร้อน

2. แสงแดด

3. การเช็ดถูหน้าบ่อยๆ หรือ การเช็ดถูหน้าแรงๆ

4. เครื่องสำอางบางประเภท

5. บางครั้ง เชื่อว่า เชื้อรา P.OVALE มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

                  

วิธีป้องกันสิวผด คือ ลดการรบกวนต่อผิวหน้าให้น้อยที่สุด (Mechanical Irritation) เช่น การนวดหน้า,การขัดหน้า,หรือเช็ดถูหน้าบ่อยๆ ล้างหน้าเฉพาะที่จำเป็น หรือบริเวณที่ผิวมัน เพราะ การล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้สิวผด รุนแรงมากขึ้นได้ ลด หรือหลีกเลี่ยง การใช้ครีมหรือยาที่ทำให้ผิวหน้าระคายเคืองมากขึ้น (Chemical Irritation) เช่น การใช้ยารักษาสิวประเภท Retinoic Acid,Benzoyel Peroxide AHA,BHA เป็นต้น ควรล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า,หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ และไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้า และควรล้างหน้าไม่เกิน 2-3 ครั้งต่อวัน ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และใช้ครีมกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกนอกบ้าน ควรเลือกกันแดดที่มี SPF >15-30 และมีค่า PA++ เป็นอย่างน้อย  ไม่ควรซื้อยามารักษาผื่นเอง เพราะมักทำให้เป็นมากขึ้น และยาที่หาซื้อได้จากร้านขายยา มักเป็น STEROID ซึ่งมีผลข้างเคียงมาก

นอกจากการทายารักษาแล้ว ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิวผดมากขึ้น ได้แก่ ความเครียด นอนดึก และแสงแดด กรณีผิวหน้ามันควรหมั่นทำความสะอาดด้วยการซับไขมันออกจากใบหน้าบ่อยๆ 

                                          

การนำน้ำผึ้งมาประยุกต์ใช้บำรุงผิวพรรณสำหรับผู้รักสวยรักงามตามแบบฉบับธรรมชาติ

น้ำผึ้งแท้เป็นทั้งอาหารและสิ่งบำรุงผิวพรรณได้เป็นอย่างดี มีการนำน้ำผึ้งมาใช้ประโดยชน์หลายด้าน เพราะน้ำผึ้งเป็นสารจากธรรมชาติ น้ำผึ้งถือเป็นยาอายุวัฒนะขนานแท้ของไทย  นิยมนำน้ำผึ้งมาบริโภคและนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่ม อาหาร ตลอดจนยารักษาโรคขนานต่างๆมากมาย เหตุเพราะน้ำผึ้งเป็นแหล่งรวมสารต่างๆ ที่มีประโยชน์สูง ทั้งวิตามิน แร่ธาตุมากมาย ดังนั้น น้ำผึ้งจึงมีประโยชน์และคุณค่าสูง  นอกจากนี้ยังมีการนำน้ำผึ้งมาใช้ประโยชน์ในด้านการบำรุงผิวพรรณ เพื่อกระชับและประทินผิว ให้ผิวหนังชุ่มชื้นไม่แห้งง่าย ใช้น้ำผึ้งผสมกับขมิ้นชันพอกหน้า ( อัตราส่วน น้ำผึ้ง : ขมิ้นชัน  80 : 20 ) ซึ่งจะมีผลทำให้ผิวหน้าเต่งตึง กระชับรูขุมขน ลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ ควรทำอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นการเพิ่มสุขภาพที่ดีให้กับผิวหน้าและผิวพรรณเรือนร่างทั่วกาย

น้ำผึ้งเกิดจากการที่ผึ้งนำน้ำจากเกสรดอกไม้ที่เป็นน้ำหวานจากธรรมชาติมาแล้วใช้กรด Enzyme ในห้องผึ้งเปลี่ยนแปลงมาเป็นน้ำผึ้ง ซึ่งน้ำผึ้งที่ได้มานั้นย่อมขึ้นอยู่กับวัตถุดิบหรือชนิดของเกสรดอกไม้ที่ผึ้งได้ไป รวมถึงแหล่งของพืชและพื้นดินนั้น ๆ ที่ผึ้งเจริญเติบโตอยู่ เพราะฉะนั้นน้ำผึ้งที่ได้จากรังผึ้งในป่าใหญ่ จึงมีความสมบูรณ์และมีแร่ธาตุอาหารที่แตกต่างจากน้ำผึ้งเลี้ยง ส่วนน้ำผึ้งเลี้ยงจะมีการเติมน้ำหวานจากน้ำตาลและเกสรเทียมซึ่งทำให้คุณค่าลดน้อยลงไป  มาดูถึงคุณประโยชน์ของน้ำผึ้งกันบ้าง จะพบว่าในน้ำผึ้งมีสารเอนติออกซิเดนท์ เช่นเดียวกับที่มีในผักใบเขียวและยังมีวิตามินบี ซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม เกลือแร่ และกรดอะมิโน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ แร่ธาตุที่กล่าวมาล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกายที่จะเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ บำรุงโลหิต บอกเป็นภาษาโภชนาการมาพอสมควร ลองยกตัวอย่างที่เห็นง่าย ๆ ดีกว่า  ช่วยปรับสมดุลร่างกายและควบคุมน้ำหนัก ผู้ที่รักสุขภาพและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคปวดข้อ เป็นตะคริวอยู่บ่อย ๆ หรือโรคอ้วน สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ดื่มเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดี และช่วยบรรเทาโรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งได้มีการพิสูจน์และใช้กันมานานในอเมริกาและยุโรป โดยนำน้ำผึ้งไม่ผ่านความร้อน (Raw Organic Honey) 3 ช้อนชา และน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลไม่ผ่านความร้อน (Raw Organic Apple Cider Vinegar) 3 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1 แก้ว ดื่มทุกเช้าหลังตื่นนอน และระหว่างมื้อเป็นประจำทุกวัน จะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและสดชื่น

สำหรับผิวหน้าสดใส ผู้ที่มีปัญหาสิวเสี้ยนหรือต้องการบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ มีวิธีง่าย ๆ ดังนี้ หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและเช็ดให้แห้งแล้ว นำกล้วยหอม 1/2 ลูก นำมาบดผสมกับน้ำผึ้งไม่ผ่านความร้อน แล้วนำมาทาบนหน้า ทิ้งไว้ซัก 10-15 นาที แล้วล้างออก น้ำผึ้งไม่ผานความร้อนจะมีเอ็นไซน์ ซึ่งทำให้หน้าคุณชุ่มชื่นและนุ่มนวลขึ้น

เพื่อผมเงางาม หลังสระผมเสร็จนำน้ำผึ้งไม่ผ่านความร้อนผสมกับน้ำมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ นำมาชโลมผมแล้วทิ้งไว้ซัก 3-5 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผมคุณจะนิ่มและเงางามตามธรรมชาติปราศจากสารเคมีใด ๆ

จะเห็นได้ว่า "น้ำผึ้ง" มีคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกายอย่างมาก ซึ่งตั้งแต่สมัยโบราณหมอชาวบ้านหรือแพทย์แผนโบราณจะนำน้ำผึ้งเดือน 5 หรือน้ำผึ้งแท้มาเป็นส่วนผสมในการปรุงยา หรือเป็นตัวประสานในยา เช่น นำมาปั่นเป็นลูกกลอน เป็นน้ำกระสายละลายผงยา และน้ำผึ้งจัดเป็นตัวยาสมุนไพรสำคัญอย่างหนึ่งทีเดียวในการเอามาทำยาอายุวัฒนะในทุก ๆ ครั้ง นั่นก็เป็นเพราะคุณค่าอันมีประโยชน์อย่างมากมายที่ทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงอายุยืนยาวมากกว่าปกติ
 
                

  คุณสมบัติของน้ำผึ้ง น้ำผึ้งเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ถูกใช้เพื่อความงามมาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน ในการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและเส้นผม เนื่องจากคุณสมบัติตามธรรมชาติที่มีในน้ำผึ้ง ดังนี้

-     Humectant น้ำผึ้งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ คือสามารถดึงและเก็บความชื้นไว้ได้ ทำให้ผิวหนังมีความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น จึงเหมาะที่จะเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นต่างๆ ได้แก่ คลีนซิ่ง, ครีม, แชมพู และคอนดิชันเนอร์ และเนื่องจากน้ำผึ้งมาจากธรรมชาติและไม่ระคายเคืองผิวหนัง จึงเหมาะอย่างมากกับผลิตภัณฑ์สำหรับผิวบอบบางและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

-     Antioxidant น้ำผึ้งมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนต์ สารแอนตี้ออกซิแดนต์มีบทบาทในการปกป้องผิวหนังจากการทำลายของแสง UV และช่วยในการเสริมสร้างเซลส์ผิวหนังใหม่

-         Antimicrobial Agent น้ำผึ้งมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านจุลินทรีย์และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เนื่องจาก

·         น้ำผึ้งมีปริมาณน้ำตาลสูง เป็นการจำกัดปริมาณน้ำที่แบคทีเรียจะสามารถเติบโตได้

·         มีความเป็นกรดสูง (pH ต่ำ) และปริมาณโปรตีนต่ำ ซึ่งทำให้แบคทีเรียไม่ได้รับไนโตรเจนที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต

·         มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และแอนตี้ออกซิแดนต์อยู่ในน้ำผึ้งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย   
      ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวของน้ำผึ้ง  เราจึงนำมาประยุกต์เข้ากับของใช้ประจำวัน นั่นก็คือสบู่นมสดน้ำผึ้ง  และแชมพูสมุนไพรน้ำผึ้ง  ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีส่วนประกอบของน้ำผึ้ง  คุณสมบัติต่างๆของน้ำผึ้งในสบู่และแชมพูของเราก็ยังคงรูปเดิม  ท่านไม่ต้องเสียเวลาหรือยุ่งยากวุ่นวายไปกับการเตรียมน้ำผึ้งอีกต่อไป  เรานำมารวมไว้ในจุดเดียว เพื่อให้ท่านได้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติได้เต็มที่
 

 

การรักษาสิวอักเสบทำอย่างไร?

บรรดาสิวอักเสบทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนเกี่ยวข้องกับปัจจัยการเกิดทั้งสิ้น นั่นก็คือ ปัจจัยจากภายในร่างกายของเรา และปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น สิ่งแวดล้อม มลพิษต่างๆรวมถึงเชื้อแบคทีเรียในบรรยากาศที่มีบทบาทก่อให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบของผิวหนังส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึงสิวอักเสบด้วย ปัจจัยภายในบางอย่างเราอาจแก้ไขอะไรไม่ได้หรือแก้ได้ยาก อาจกระทบต่อความสมดุลของร่างกายได้ แต่ปัจจัยสิ่งแวดล้อมภายนอก เราแก้ไขและควบคุมได้ง่ายกว่า

   จึงมีคำกล่าวที่ว่า การแก้ปัญหาสิวอักเสบ ถ้าแก้ปัญหาเชื้อแบคทีเรียได้ ก็เท่ากับแก้ปัญหาสิวอักเสบได้ด้วย เพราะตัวการที่ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น ส่วนใหญ่คือเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง แต่ถ้าแก้ไขได้ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในได้ก็ยิ่งเป็นการดีสมบูรณ์แบบ แต่จะเป็นไปได้ค่อนข้างยาก

จะแก้ปัญหาเชื้อแบคทีเรียและไขมันส่วนเกินได้อย่างไร?

ปฏิกิริยาระหว่างไขมันที่ร่างกายของเราขจัดออกมาตลอดเวลาผ่านทางผิวหนัง กับเชื้อแบคทีเรียก่อให้เกิดการอักเสบขึ้น ดังนั้นเพื่อลดการเกิดการอักเสบ จึงควรหมั่นความสะอาดผิวหนัง เพื่อขจัดไขมันและแบคทีเรียออกไป แต่อาจจะป้องกันได้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เหตุเพราะเราต้องสัมผัสอยู่กับสิ่งแวดล้อมและแบคทีเรียอยู่ตลอดเวลาแบบหลีกเลี่ยงได้ยาก ดังนั้นจึงนิยมลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆด้วยการปฏิบัติดังนี้

 1. รักษาความสะอาด ควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดความมัน

2. หลังทำกิจกรรม ที่มีเหงื่อออกมาก ควรล้างหน้าทุกครั้ง เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ความมัน และแบคทีเรียบนใบหน้า

3. ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่มีสามารถขจัดแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว หรือที่มีส่วนผสม ของสารสกัดจากพืชธรรมชาติ ที่เหมาะกับสภาพผิว

4. ระหว่างที่เป็นสิว ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ใส่ผม หรือเครื่องสำอางที่มีความเหนียวเหนอะหนะ  เพราะสารในผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะตกค้างอยู่แถวๆตีนผม ซึ่งจะทำให้เกิด การระคายเคืองและเป็นสิวขึ้นได้

5. ห้ามบีบหรือแกะสิวเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่รักษาได้ยาก

6. ควรรักษาสุขภาพ โดยทั่วไปให้ดีอยู่เสมอ  เช่น รับประทานผัก ผลไม้ น้ำผลไม้ และน้ำสะอาด ให้มากๆ

7. พยายามอย่าเครียดหรือนอนดึก พักผ่อนให้เพียงพอ การเครียดมากๆจะทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก

           
   แนวทางในการดูแลและรักษาสิวอักเสบและการป้องกันการเกิดสิวอักเสบ

1 ) การรักษาสิวอักเสบ ด้วยการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ ( P. Acne  )
2 ) การป้องกันการเกิดสิวอักเสบ เมื่อกำจัดสิวอักเสบได้แล้ว ต้องทำการป้องกันการเกิดสิวอักเสบที่จะหวนกลับมาเป็นเป็นอีก เพราะการเกิดสิวอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจากหลากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีอยู่รอบตัว ทั้งจากปัจจัยภายในร่างกายของเราเอง และปัจจัยภายนอกร่างกาย ในบรรยากาศทุกๆตารางนิ้วมีแบคทีเรียในบรรยากาศกระจายอยู่ทั่วๆไป ซึ่งพร้อมที่จะทำปฏิกิริยากับผิวของเราได้ทุกโอกาส โดยเฉพาะช่วงที่ผิวหนังสกปรก สามารถเกิดสิวอักเสบขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อทำการรักษาสิวอักเสบหายเป็นปกติแล้ว จึงต้องมีการป้องกันการเกิดสิวอักเสบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
 

 การป้องกันการเกิดสิวอักเสบต้องทำอย่างไร?

1. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่เพิ่มความมันบนใบหน้า การนวดและการขัดหน้า
2. การทำความสะอาดผิวหน้า ควรล้างหน้าด้วยน้ำยาล้างหน้าหรือคลีนเซอร์อย่างอ่อน (gentle cleanser) ที่ไม่มีฟอง เพียงวันละ 2-3 ครั้งเท่านั้น (ขึ้นกับความมันของผิวหน้า) ไม่ควรฟอกสบู่บ่อยเกินไป เพราะความเป็นด่างของสบู่จะระคายผิว และก่อให้เกิดสิวขึ้นได้
3. หากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอาง หรือโลชั่น ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน (oil free) หรือโลชั่นที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิว (non-acnegenic) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (non-comedongenic)
4. อย่าใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสใบหน้า
5. อย่าบีบ หรือแกะหัวสิวให้แตก เพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น หายช้าลง หรือทำให้เกิดแผลเป็นได้
6. ควรสระผมบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ผมมันและลงมาปรกตามใบหน้า พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันใส่ผมหรือโฟมแต่งผม
7. พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียดหรือวิตกกังวลเกินไป
8. ในกรณีที่เป็นสิวหัวหนองขนาดใหญ่หลายๆเม็ด หรือมีอาการอักเสบมาก ควรพบแพทย์ เพราะจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะได้ไม่เกิดแผลเป็นจากสิว 

  การดูแลเกี่ยวกับสิวอักเสบในเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยในการลดสิวอักเสบและป้องกันสิวอักเสบได้ในระดับหนึ่ง

1. ล้างหน้าด้วยสบู่เหลวอ่อนๆ
2. ถ้าผิวหน้ามันมาก ก็ให้ใช้กระดาษซับไขมันออก 
3. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่งสำอางที่แรงเกินไป ควรใช้ครีมอ่อนๆ 
4. หลีกเลี่ยงที่อับชื้นและที่มีมลพิษมากๆ
5. ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีใดๆก่อนเข้านอน
6. เวลาที่ล้างหน้าไม่ควรถูแรงๆ เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบได้
7. อย่าปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเป็นเวลานานๆ
8. อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้ากดทับบริเวณที่สิวอักเสบ
9. อย่าใช้มือแกะเกาบริเวณที่เป็นสิว เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ 
10. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าเครียด หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
11. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณไขมันมากๆ

 แนวทางการป้องกันเบื้องต้นไม่ให้เกิดสิวอักเสบขึ้นหรือเกิดน้อยที่สุด

1. รักษาความสะอาด โดยการล้างหน้าด้วยสบู่เหลวอ่อนๆ
2. ถ้าผิวหน้ามันมาก ก็ให้ใช้กระดาษซับไขมันออก 
3. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่งสำอางที่แรงเกินไป ควรใช้ครีมอ่อนๆ 
4. หลีกเลี่ยงที่อับชื้นและที่มีมลพิษมากๆ
5. ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีใดๆก่อนเข้านอน
6. เวลาที่ล้างหน้าไม่ควรถูแรงๆ เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบได้
7. อย่าปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเป็นเวลานานๆ
8. อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้ากดทับบริเวณที่สิวอักเสบ
9. อย่าใช้มือแกะเกาบริเวณที่เป็นสิว เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ 
10. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าเครียด หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
11. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณไขมันมากๆ

วิธีปฎิบัติตนไม่ให้เกิดสิว
1. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่เพิ่มความมันบนใบหน้า การนวดและการขัดหน้า
2. การทำความสะอาดผิวหน้า ควรล้างหน้าด้วยน้ำยาล้างหน้าหรือคลีนเซอร์อย่างอ่อน (gentle cleanser) ที่ไม่มีฟอง เพียงวันละ 2-3 ครั้งเท่านั้น (ขึ้นกับความมันของผิวหน้า) ไม่ควรฟอกสบู่บ่อยเกินไป เพราะความเป็นด่างของสบู่จะระคายผิว และก่อให้เกิดสิวขึ้นได้
3. หากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอาง หรือโลชั่น ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน (oil free) หรือโลชั่นที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิว (non-acnegenic) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (non-comedongenic)
4. อย่าใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสใบหน้า
5. อย่าบีบ หรือแกะหัวสิวให้แตก เพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น หายช้าลง หรือทำให้เกิดแผลเป็นได้
6. ควรสระผมบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ผมมันและลงมาปรกตามใบหน้า พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันใส่ผมหรือโฟมแต่งผม
7. พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียดหรือวิตกกังวลเกินไป
8. ในกรณีที่เป็นสิวหัวหนองขนาดใหญ่หลายๆเม็ด หรือมีอาการอักเสบมาก ควรพบแพทย์ เพราะจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะได้ไม่เกิดแผลเป็นจากสิว

ความจริงเกี่ยวกับสิว:สิวส่วนใหญ่เกิดจากฮอร์โมน ยากที่จะหายเด็ดขาดได้ อาจเป็นๆหายๆ ตราบใดที่ฮอร์โมนยังลดลงไม่ถึงจุดต่ำสุด ดังนั้นการดูแลและรักษาสิวควรทำอย่างต่อเนื่อง และเมื่อสิวหายแล้ว ควรทำการป้องกันอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน เพราะสิวสามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งปัจจัยจากภายในร่างกายของเราและปัจจัยภายนอก ดังนั้นจะเห็นว่า สิวสามารถทำให้หายได้ และสามารถเกิดขึ้นมาใหม่ได้ตลอดเวลา ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาอย่างถูกขั้นตอนและถูกวิธี
 
   แนวทางในการดูแลและรักษาสิวอักเสบและการป้องกันการเกิดสิวอักเสบ
1 ) การรักษาสิวอักเสบ ด้วยการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ ( P. Acne  )
2 ) การป้องกันการเกิดสิวอักเสบ เมื่อกำจัดสิวอักเสบได้แล้ว ต้องทำการป้องกันการเกิดสิวอักเสบที่จะหวนกลับมาเป็นเป็นอีก เพราะการเกิดสิวอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจากหลากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีอยู่รอบตัว ทั้งจากปัจจัยภายในร่างกายของเราเอง และปัจจัยภายนอกร่างกาย ในบรรยากาศทุกๆตารางนิ้วมีแบคทีเรียในบรรยากาศกระจายอยู่ทั่วๆไป ซึ่งพร้อมที่จะทำปฏิกิริยากับผิวของเราได้ทุกโอกาส โดยเฉพาะช่วงที่ผิวหนังสกปรก สามารถเกิดสิวอักเสบขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อทำการรักษาสิวอักเสบหายเป็นปกติแล้ว จึงต้องมีการป้องกันการเกิดสิวอักเสบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

ในการจัดการแก้ปัญหาสิวอักเสบและป้องกันการเกิดสิวอักเสบ สรุปปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้น 2 ประการ คือ ปัจจัยจากภายในร่างกาย และปัจจัยจากภายนอกร่างกาย โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบส่วนใหญ่คือ แบคทีเรีย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ในการแก้ไขปัญหาสิวอักเสบ สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดคือ การลดหรือกำจัดปัจจัยภายนอกให้ได้มากที่สุด ซึ่งตัวหลักก็คือ แบคทีเรีย ที่ก่อให้เกิดการอักเสบขึ้น

 การจัดการกับต้นเหตุของปัญหาสิวอักเสบ มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเกิดของสิวอักเสบ จัดการกับปัจจัยนั้นๆ และที่จัดการได้ง่ายที่สุดก็คือการจัดการกับแบคทีเรียก่อน แต่ปัญหาก็คือแบคทีเรียมีกระจากยทั่วไปหมดในบรรยากาศและเซลล์ผิวหนัง จะจัดการกับมันอย่างไรดีจึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด จงเลือกวิธีนั้นได้เลย

การแก้ปัญหาสิวอักเสบแบบบูรณาการ

1. รักษาสิวอักเสบที่เป็นอยู่ให้หายหรือเหลือน้อยที่สุด

2. ทำการป้องกันสิวอักเสบที่จะเกิดขึ้นใหม่

มีข้อควรระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์แนะนำดังนี้

   ไม่ว่าคุณจะใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆก็แล้วแต่ ขอให้ใช้ตามคำแนะนำ ไม่ควรใช้นอกเหนือไปจากคำแนะนำที่ให้ไว้ ใช้มากเกินไป ก็อาจจะเกิดผลเสียขึ้นมาได้ ใช้น้อยเกินไปอาจได้รับประโยชนฺน้อยหรือไม่ได้รับประโยชน์ใดๆก็เป็นไปได้ ดังนั้นทางที่ดีจึงควรใช้ตามคำแนะนำ

วิธีปฎิบัติตนไม่ให้เกิดสิวขึ้นที่หลัง


1. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่เพิ่มความมันบนใบหน้า การนวดและการขัดหน้า
2. การทำความสะอาดผิวหน้า ควรล้างหน้าด้วยน้ำยาล้างหน้าหรือคลีนเซอร์อย่างอ่อน (gentle cleanser) ที่ไม่มีฟอง เพียงวันละ 2-3 ครั้งเท่านั้น (ขึ้นกับความมันของผิวหน้า) ไม่ควรฟอกสบู่บ่อยเกินไป เพราะความเป็นด่างของสบู่จะระคายผิว และก่อให้เกิดสิวขึ้นได้
3. หากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอาง หรือโลชั่น ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน (oil free) หรือโลชั่นที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิว (non-acnegenic) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (non-comedongenic)
4. อย่าใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสใบหน้า
5. อย่าบีบ หรือแกะหัวสิวให้แตก เพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น หายช้าลง หรือทำให้เกิดแผลเป็นได้
6. ควรสระผมบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ผมมันและลงมาปรกตามใบหน้า พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันใส่ผมหรือโฟมแต่งผม
7. พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียดหรือวิตกกังวลเกินไป
8. ในกรณีที่เป็นสิวหัวหนองขนาดใหญ่หลายๆเม็ด หรือมีอาการอักเสบมาก ควรพบแพทย์ เพราะจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะได้ไม่เกิดแผลเป็นจากสิว

ปัจจัยและกิจวัตรประจำวันที่อาจทำให้เกิดสิวที่หลัง

1. อายุ / กรรมพันธุ์ สิวจะพบมากในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว เนื่องจากฮอร์โมนเพศชายที่เพิ่มระดับมากขึ้นในช่วงวัยรุ่นนี้จะไปกระตุ้นการทำงานและเพิ่มขนาดของต่อมไขมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีประวัติการเป็นสิวรุนแรงในหมู่พี่น้องหรือพ่อแม่ จะพบได้ว่าผู้ป่วยเหล่านี้จะมีสิวตั้งแต่อายุค่อนข้างน้อยและการรักษาจะยากกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติในครอบครัว

2. เครื่องสำอางบางอย่าง เช่น ครีมบำรุงผิว เครื่องแต่งหน้า สบู่บางอย่าง น้ำมันแต่งผม จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโคมิโดน ซึ่งจะไปอุดตันรูขุมขน

3. การระคายเคือง เช่นการเสียดสี ขัดหน้า นวดหน้า หรือแม้แต่การล้างหน้าบ่อยๆ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้

4. อารมณ์เครียด ความกังวล รวมไปถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้สิวเป็นมากขึ้นได้

5. อาหารบางชนิด อาจมีสารกระตุ้น เช่น ผู้ป่วยบางรายจะสังเกตพบว่าสิวเห่อมากจากการรับประทานอาหารบางประเภท เช่น ถั่ว ของหวาน ของมันๆ ช็อกโกแลต หรืออาหารทะเล แต่ก็ไม่มีรายงานทางการแพทย์ว่าอาหารเหล่านี้เป็นสาเหตุของการเกิดสิวในคนทั่วไป

6. ยาบางประเภท เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาฮอร์โมน ยากันชัก ยารักษาวัณโรคบางชนิด เป็นต้น

7. การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศในร่างกายอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการเห่อของสิวได้ เช่นที่อาจจะพบได้ในผู้หญิงช่วงที่มีประจำเดือน หรือช่วงตั้งครรภ์

8. โรคของระบบต่อมไร้ท่อบางชนิด หรือการมีโรคของถุงน้ำในรังไข่ ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้มักจะมีผิวหน้ามัน ขนดกและความผิดปกติของประจำเดือนร่วมด้วย

การลดความมันบนใบหน้าหรือหน้ามันทำไงดี

เพราะการล้างหน้าบ่อยเกินไป อาจจะทำให้ผิวหน้าอักเสบระคายเคืองได้ ในระหว่างวันถ้ารู้สึกรำคาญหน้ามันก็อาจใช้กระดาษซับมันช่วยได้ สบู่หรือโฟมที่เลือกใช้ควรผลิตสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ หรืออาจใช้เป็นสบู่เด็กก็พอ ไม่ควรใช้สบู่ที่ฟอกแล้วหน้าตึงมาก

- ครีมบำรุงหรือครีมให้ความชุ่มชื้น ควรเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน และไม่อุดตันรูขุมขน  และควรมีสารป้องกันแสงยูวีที่จะมาทำลายผิวด้วย

- การแต่งหน้า ถ้าเป็นไปได้แป้งที่เหมาะสม สำหรับคนหน้ามันก็คือแป้งฝุ่น แต่ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าก็อาจใช้แป้งฝุ่นก่อนจึงค่อยแต่งหน้า การเลือกใช้รองพื้นควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมเป็นน้ำ และปราศจากน้ำมัน

   วิธีปฎิบัติตนไม่ให้เกิดสิว

1. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่เพิ่มความมันบนใบหน้า การนวดและการขัดหน้า
2. การทำความสะอาดผิวหน้า ควรล้างหน้าด้วยน้ำยาล้างหน้าหรือคลีนเซอร์อย่างอ่อน (gentle cleanser) ที่ไม่มีฟอง เพียงวันละ 2-3 ครั้งเท่านั้น (ขึ้นกับความมันของผิวหน้า) ไม่ควรฟอกสบู่บ่อยเกินไป เพราะความเป็นด่างของสบู่จะระคายผิว และก่อให้เกิดสิวขึ้นได้
3. หากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอาง หรือโลชั่น ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน (oil free) หรือโลชั่นที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิว (non-acnegenic) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (non-comedongenic)
4. อย่าใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสใบหน้า
5. อย่าบีบ หรือแกะหัวสิวให้แตก เพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น หายช้าลง หรือทำให้เกิดแผลเป็นได้
6. ควรสระผมบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ผมมันและลงมาปรกตามใบหน้า พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันใส่ผมหรือโฟมแต่งผม
7. พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียดหรือวิตกกังวลเกินไป
8. ในกรณีที่เป็นสิวหัวหนองขนาดใหญ่หลายๆเม็ด หรือมีอาการอักเสบมาก ควรพบแพทย์ เพราะจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะได้ไม่เกิดแผลเป็นจากสิว

  แนวทางในการการรักษาสิว

การรักษาสิวนั้นมีหลายแบบขึ้นอยู่กับชนิดของสิวและความรุนแรง สิวอาจเป็นเรื่องธรรมชาติและหายได้เองสำหรับบางคน แต่ในบางรายที่มีการอักเสบมากการรักษาต้องเป็นไปในทางที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงปรารถนา เช่น แผลเป็นนูน หรือแผลเป็นหลุม
ในผู้ป่วยที่มีสิวอักเสบค่อนข้างมากควรได้รับการตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะการรักษาอย่างไม่ถูกต้องนอกจากจะไม่ได้ผลแล้วยังอาจทำให้เกิดการดื้อยา หรือได้รับผลเสียจากการใช้ยานั้นๆได้
 
จุดมุ่งหมายของการรักษาสิวคือลดโอกาสการเกิดแผลเป็นจากสิวอักเสบขนาดใหญ่ เนื่องจากสิวอักเสบขนาดใหญ่จะมีการทำลายเนื้อเยื่อเซลล์ผิวหนังไปมาก เมื่อร่างกายซ่อมแซมก็อาจจะไม่ดีเหมือนเดิม และทำให้เป็นหลุม รอยแผลเป็น
 

   ในการดูแลรักษาสิว ควรปฏิบัติดังนี้

1. ความสะอาด ในเรื่องนี้ควรรักษาความสะอาดผิวหนังตามปกติ คือล้างหน้าและผิวหนังตามปกติด้วยสบู่ธรรมดา วันละ ๒ ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว และไม่ควรใช้สบู่ยา เพราะตัวยาในสบู่มักมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ และในการล้างหน้าทุกครั้งควรฟอกถูตามปกติ ไม่ควรฟอกหรือถูอย่างรุนแรง เพราะอาจส่งผลระคายเคืองต่อผิวหนังได้ ยกเว้นในรายที่ผิวหน้ามัน อาจต้องล้างหน้าบ่อยกว่านี้ สิวถือว่าเกิดตามธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากความสกปรก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรดูแลสุขอนามัยและความสะอาดตามปกติ
2. หลีกเลี่ยงการบีบและแกะสิว เป็นปัจจัยสำคัญมาก เพราะการแกะและบีบสิวจะทำให้สิวลุกลามและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้และทิ้งรอยแผลเป็นของสิวเมื่อหายดีแล้วอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรแกะหรือบีบหัวสิวเป็นอันขาด เพราะเมื่อแกะหรือบีบแล้ว ด้วยมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาด จะเป็นการทำลายเนื้อเยื่อผิวหน้าและเกิดการติดเชื้อได้โดยง่าย
3. อื่นๆ เช่น เรื่องอาหาร ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องอาหารสำหรับสิว เรื่องอารมณ์ เชื่อว่าอารมณ์เครียดส่งผลต่อสิว จึงควรออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ และเรื่องเครื่องสำอาง ควรเลือกเครื่องสำอางชนิดที่ละลายได้ดีในน้ำ เพื่อชะล้างออกได้ง่าย และไม่หลงเหลือ อุดตันตามรูขุมขน และไม่ควรให้เครื่องสำอางตกค้างที่ผิวนานจนเกินไป

คำแนะนำสำหรับผู้ที่เป็นสิว
ถ้าเป็นไม่มากอาจจะยังไม่ต้องไปพบแพทย์ก็ได้ เนื่องจากจะหายได้เอง เพียงแต่ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ห้ามบีบห้ามแกะสิวโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นสิวอาจจะอักเสบใหญ่ขึ้น เครื่องสำอาง ถ้าจะใช้ควรใช้ประเภทที่ไม่มีไขมัน (oil-free) และควรล้างเครื่องสำอางออกให้หมดทุกวัน สเปรย์หรือเจลใส่ผม ไม่ควรให้โดนผิวหน้า เพราะอาจทำให้เกิดสิว ห้ามแกะเกาหรือบีบสิวเอง เพราะทำให้การอักเสบเพิ่มขึ้น และมีรอยแผลเป็นมากยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการรบกวนผิว เช่น การขัดหน้าหรือนวดหน้า และการเช็ดถูหน้าแรง ๆควรพักผ่อนให้เพียงพอ หรือออกกำลังกายให้พอเหมาะ การอดนอนหรือทำงานหนัก และเครียดเกินไป ทำให้เกิดสิวเป็นมากขึ้น  ต้องเข้าใจว่า จุดประสงค์ของการรักษาสิว คือ ป้องกันการเกิดสิวใหม่ และทำให้สิวที่เป็นอยู่เดิมยุบสลายไป เป็นสัจธรรม
ปัญหาเรื่องสิวถือเป็นปัญหาพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งทุกๆชีวิตต้องผ่านขั้นตอนการเป็นสิว ไม่มากก็น้อย เพราะทุกคนต้องผ่ายช่วงวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์ สิวเป็นเรื่องของธรรมชาติของร่างกายก็จริง แต่ถ้าเกิดขึ้นกับผู้ใดแล้ว จะมีปัญหาติดตามมาไม่มากก็น้อย ถ้าเป็นสิวเล็กๆน้อยๆก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าเป็นสิวมากๆเต็มใบหน้า อาจทำให้ใบหน้าเละ ไม่น่ามอง กลายเป็นคนบุคคลิกเสียไปเลยก็ได้ ติดตามมาคือ ความเครียด กังวลใจ กลุ้มใจ ทรมานใจ ดังนั้น สิวจึงถือว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เราปวดหัวได้ บางท่านรักษามาสารพัดวิธี เสียเงินเท่าไหร่ก็ยอม บางรายเสียเงินรักษาสิวเป็นแสนก็มีให้เห็น รักษาสิวเป็นหมื่นถือว่าเป็นเรื่องปกติ
     ก่อนอื่นผู้ที่เป็นสิวควรทำความเข้าใจกับเรื่องราวของสิวก่อน ว่ามีที่มาและที่ไปอย่างไร? และจะทำการแก้ไขจัดการกับสิวนี้อย่างไร? ไม่ควรสะเปะสะปะไปเรื่อยๆ เพราะจะทำให้เสียทั้งเงินและเวลา ประการสำคัญ ทำให้เสียโฉมได้ง่ายๆ

  ที่มาและสาเหตุของการเป็นสิว

สิวส่วนใหญ่เกิดจากภาวะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย สิวจะเริ่มแสดงบทบาทเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์หรือวัยรุ่น เมื่ออายุมากขึ้นประมาณ 40 ปีขึ้นไป บทบาทของสิวจะลดลงตามปริมาณของฮอร์โมนในร่างกายที่ลดลงตามวัย ฮอร์โมนที่สำคัญที่มีบทบาทต่อสิวคือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน ผู้ที่มีปริมาณฮอร์โมนประเภทนี้ในร่างกายมาก มีโอกาสเกิดสิวมากขึ้น ฮอร์โมนชนิดนี้มีทั้งในเพศชายและเพศหญิง แต่เพศชายจะมีมากกว่า เพราะโดยพื้นฐานแล้วเป็นฮอร์โมนเพศชาย ช่วงวัยเจริญพันธุ์หรือวัยรุ่น ฮอร์โมนนี้จะแสดงผลมากที่สุด และจะลดลงตามวัยที่มากขึ้น

  แนวทางในการบริหารและจัดการกับสิว

1. การจัดการรักษาสิวให้หาย เนื่องจากสิวสามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็สามารถกลับมาเป็นสิวใหม่ได้อีกทุกเมื่อ ดังนั้นเมื่อรักษาสิวให้หายเป็นปกติหรือดีขึ้นแล้ว สิ่งที่ต้องทำในขั้นต่อไป

2. การป้องกันไม่ให้สิวกลับมาเป็นอีก ซึ่งผู้ที่เป็นสิวส่วนมากจะมองแต่ในเรื่องของการรักษาสิวให้หายขาด สิวอาจไม่สามารถหายขาดได้ ตราบใดที่ฮอร์โมนแอนโดรเจนยังมีมากและแสดงผลอยู่ในร่างกาย ภาวะฮอร์โมนจะลดลงเรื่อยๆตามอายุที่มากขึ้น ภาวะการเป็นก็จะลดลงตามไปด้วย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการป้องกันการเกิดสิวบ่อยๆเมื่อทำการรักษาหายแล้ว และการป้องกันควรกระทำอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดสิวขึ้นมีตลอดเวลา

   แนวทางในการป้องกันการเกิดสิว

เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดใดได้ผลดีแล้ว ควรใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นช่องทางป้องกันการเกิดสิวขึ้นมาใหม่ ส่วนแนวทางอื่นก็ควรปฏิบัติควบคู่กันไป

วิธีป้องกันและรักษาสิว

วิธีป้องกันง่ายๆ คือ การกำจัดปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิว ไม่ให้เกิดขึ้นหรือเกิดน้อยที่สุด ดังนี้

# การพักผ่อนอย่างเพียงพอ นอนหลับให้เพียงพอ - การนอนหลับไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสิวได้เช่นกัน เนื่องจากร่างกายเราอ่อนแอภูมิต้านทานลดลง

# ลดความเครียด สร้างอารมณ์ขำขัน ทำให้เรามีความสุข ปราศจากความเครียด ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุของสิว

# กินอาหารจำพวกผักสีเขียว - การที่เรากินอาหารจำพวกผัก จะทำให้เราสามารถล้างพิษออกจากร่างกายได้ และยังมีวิตามินต่างๆ ซึ่งยังช่วยทำให้เราร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ลดไขมันไปในตัว 

# ละเว้นการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงหรือกินอาการที่มีไขมันสูงแต่พอดี - หากรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมากๆ เข้าไป จะทำให้มีไขมันสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุอีกประการของการเกิดสิว

# ล้างหน้าให้สะอาด - การล้างหน้าให้สะอาดทำให้ใบหน้าของเราไม่สกปรก เป็นอีกหนึ่งวิธีป้องกัน แต่ควรระวัง ไม่ควรล้างหน้าบ่อย เพราะจะทำให้หน้าของเราเสียสมดุล การล้างหน้า ควรล้างเพียง 2 ครั้ง เช้าเย็น ยกเว้น ช่วงที่เสร็จจากกีฬา, ออกกำลังกาย หรือ ช่วงที่คิดว่าหน้าเราสกปรกมากจริง ๆ สามารถล้างหน้าได้ตามต้องการ

# ใช้กระดาษซับหน้ามัน - หากหน้าเรามันมากๆ ลองเปลี่ยนมาใช้กระดาษซับหน้ามันแทน เป็นวิธีช่วยอีกทางหนึ่ง ควรซับแต่พอดี ไม่ควรซับทั้งวันจะดูไม่ดีและเสียนิสัย

# หลีกเลี่ยงการจับหัวสิว หรือบีบสิว แกะสิว ยุ่งกับเซลล์ผิวให้น้อยที่สุด - เพราะฝ่ามือของเรามีทั้งความสกปรก และ แบคทีเรีย ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดสิว

# ใช้หลังฝ่ามือลูบแทน - หลังฝ่ามือเป็นบริเวณที่เราไม่ยุ่งเกี่ยวมากที่สุด จึงเป็นบริเวณที่ค่อนข้างสะอาด ดังนั้นแล้วการใช้หลังฝ่ามือลูบคลำเล็ก ๆ น้อยๆ ถือว่าไม่ทำให้สกปรกมากนัก แต่เราควรล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ

# ใช้ยากำจัดหัวสิว - ปัจจุบันมีอยู่ทั่วไปตามร้านขายยาแผนปัจจุบัน

# ใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ - วิตามินเอมีสรรพคุณรักษาสิวอยู่ด้วย ซึ่งมียาทาใบหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามิน A  สามารถสอบถามตามร้านขายยาทั่วไป

# ใช้ยาอย่างจริงจัง - การใช้ยาที่มีฤทธิ์แรงกว่าเดิม โดยเน้นไปที่ยาประเภท เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) หรือประเภทที่มีกรดซาลิไซลิค (Salicylic Acid) ที่มีเปอร์เซ็นต์ต่ำ ข้อควรระวัง ควรเริ่มใช้จากเปอร์เซ็นต์ต่ำๆ ไม่ควรใช้เปอร์เซ็นต์สูงๆ จะทำให้ผิวเราแพ้ และอาจเกิดอาการแพ้ยา

# ใช้ยาฉีดแบบเฉียบพลัน - แพทย์สามารถฉีดโคติโซน ที่เม็ดสิวเพื่อให้สิวยุบภายในไม่กี่ชั่วโมง

# ปรึกษาแพทย์ - หากใช้วิธีต่างๆ ไม่ได้ผล แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเป็นการดีที่สุด เนื่องจากสิวอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือ ฮอร์โมน ซึ่งการปรึกษาแพทย์จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ควรทำ ซึ่งปัจจุบัน ยังมีคลินิกรักษาหน้าเปิดอยู่ทั่วไป 

ปัจจัยและกิจวัตรประจำวันที่อาจทำให้เกิดสิว
1. อายุ / กรรมพันธุ์ สิวจะพบมากในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว เนื่องจากฮอร์โมนเพศชายที่เพิ่มระดับมากขึ้นในช่วงวัยรุ่นนี้จะไปกระตุ้นการทำงานและเพิ่มขนาดของต่อมไขมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีประวัติการเป็นสิวรุนแรงในหมู่พี่น้องหรือพ่อแม่ จะพบได้ว่าผู้ป่วยเหล่านี้จะมีสิวตั้งแต่อายุค่อนข้างน้อยและการรักษาจะยากกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติในครอบครัว

2. เครื่องสำอางบางอย่าง เช่น ครีมบำรุงผิว เครื่องแต่งหน้า สบู่บางอย่าง น้ำมันแต่งผม จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโคมิโดน ซึ่งจะไปอุดตันรูขุมขน

3. การระคายเคือง เช่นการเสียดสี ขัดหน้า นวดหน้า หรือแม้แต่การล้างหน้าบ่อยๆ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้

4. อารมณ์เครียด ความกังวล รวมไปถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้สิวเป็นมากขึ้นได้

5. อาหารบางชนิด อาจมีสารกระตุ้น เช่น ผู้ป่วยบางรายจะสังเกตพบว่าสิวเห่อมากจากการรับประทานอาหารบางประเภท เช่น ถั่ว ของหวาน ของมันๆ ช็อกโกแลต หรืออาหารทะเล แต่ก็ไม่มีรายงานทางการแพทย์ว่าอาหารเหล่านี้เป็นสาเหตุของการเกิดสิวในคนทั่วไป

6. ยาบางประเภท เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาฮอร์โมน ยากันชัก ยารักษาวัณโรคบางชนิด เป็นต้น

7. การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศในร่างกายอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการเห่อของสิวได้ เช่นที่อาจจะพบได้ในผู้หญิงช่วงที่มีประจำเดือน หรือช่วงตั้งครรภ์

8. โรคของระบบต่อมไร้ท่อบางชนิด หรือการมีโรคของถุงน้ำในรังไข่ ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้มักจะมีผิวหน้ามัน ขนดกและความผิดปกติของประจำเดือนร่วมด้วย

สบู่เหลวมาสเตอร์คลีนทำความสะอาดสิวผดผื่นและสิวเห่อ

: รูปแบบใหม่ของมาสเตอร์คลีนในรูปของสบู่เหลวที่ใช้ได้ง่ายๆ ตอบโจทย์ในการทำความสะอาดผิวพรรณยุคใหม่ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเป็นสิวอักเสบ สิวหัวหนองหรือสิวหนอง สิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่ สิวผดผื่นหรือสิวผดสิวผื่น สิวเสี้ยน ใช้สบู่เหลวมาสเตอร์คลีนทำความสะอาดผิวพรรณเป็นประจำจะช่วยทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ห่างไกลจากสิวประเภทอักเสบและผดผื่นคันตามร่างกาย ช่วยกระชับรูขุมขนที่กว้างให้เล็กลงห่างไกลจากสิวเสี้ยน ลดปัญหาสิ่งสกปรกและแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการอักเสบทั่วๆไป ซึ่งรวมถึงปัญหาสิวอักเสบทุกประเภท

ท่านกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่?

ปัญหาสิวอักเสบ

- สิวอักเสบที่ใบหน้า

- สิวอักเสบที่หน้าอก

- สิวอักเสบที่หลัง

- สิวอักเสบบริเวณอื่น

- สิวผดผิ่นหรือสิวผดสิวผื่น

ท่านมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่?

- ผื่นคันขึ้นที่หน้า

- ผื่นคันที่คอ

- ผื่นคันตามลำตัว

ฯลฯ

สบูเหลวมาสเตอร์คลีน สามารถทำความสะอาดตอบโจทย์เหล่านี้ให้ท่านได้ ใช้เป็นประจำจะทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ห่างไกลจากปัญหาผดผื่นคันตามผิวหนัง

มาสเตอร์คลีนเป็นสบู่เหลวสำหรับทำความสะอาดผิวพรรณ โดยเฉพาะทำความสะอาดสิวชนิดต่างๆ ( สิวอักเสบ, สิวหนองหรือสิวหัวหนอง, สิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่, สิวผดผื่นหรือสิวผดสิวผื่น, สิวเสี้ยน, สิวอุดตันอักเสบ ) เป็นสบู่เหลวถนอมผิวพรรณ ทำความสะอาดเซลล์ผิวหนัง ลดปัญหาแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง ซึ่งรวมทั้งสิวอักเสบ สิวหนอง สิวหัวช้าง ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สบู่เหลวมาสเตอร์คลีนจะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกและสิ่งแปลกปลอมที่ทำอันตรายเซลล์ผิวหนังอย่างแบคทีเรีย ใช้เป็นประจำจะทำให้ผิวพรรณและใบหน้ามีสุขภาพดี

สิวผดผื่นที่หน้าใช้สบู่เหลวมาสเตอร์คลีนทำความสะอาด ทำให้ผิวหน้ามีสุขภาพดีห่างไกลจากสิวผดผื่น

                                      
                                     สบู่เหลวมาสเตอร์คลีน

ทำความสะอาดสิวผดและสิวเห่อด้วยสบู่เหลวมาสเตอร์คลีน ทำความสะอาดสิ่งสกปรกและแบคทีเรียได้ดี ช่วยให้ผิวหนังมีสุขภาพดี ห่างไกลจากสิวผดและสิวเห่อ ชัดเจนและแน่นอนในประสิทธิภาพ

                   
      สั่งซื้อสบู่เหลวมาสเตอร์คลีนทำความสะอาดสิวผดและสิวเห่อ คลิกที่นี่

 

 

 

 





ขั้นตอนการเคลียร์สิวอักเสบที่แก้ม article
Home
หน้าแรก
##กำจัด สิว หัว ดำ article
@@ สูตร กำจัด สิว @@ article
กำจัด สิวอุดตันอักเสบ article
วิธี การ กำจัด สิว article
ยารักษาสิวอักเสบ article
กำจัดสิวอุดตันอักเสบ article
ผลิตภัณฑ์สูตรกำจัดสิว article
กำจัดสิว/การกำจัดสิวอักเสบ article
เป็นฝีที่อวัยวะเพศ article
อาหารรักษาสิว article
ความรู้เกี่ยวกับสิวที่มาและสาเหตุของการเกิดสิว article
炎症性潰瘍治療腺炎消えた article
การอักเสบของผิวหนัง article
ประเภทของสิวและสิวอักเสบ article
Care and how to be acne article
Inflammatory acne. Eliminate all types of inflammatory papilla. Caused by bacteria. Without using any chemicals. See results quickly. article
にきびの炎症を除去するためにどのように。すべての化学薬品を使用せ article
Bagaimana kobaran acne article
Paano nagpapaalab acne tagihawat wawa malaking tagihawat article
ความรู้เกี่ยวกับสิวที่มาของสิว article
เรื่องสิว article
Pock pock eliminate inflammation matter of all kinds without surgery. article
การรักษาสิวอุดตันประเภทสิวอุดตันอักเสบ article
แนะนำวิธีรักษาสิวอักเสบ article
สิวคืออะไร?สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร? article
ฮ่องกงฟุต/ฮ่องกงฟุท article
พัฒนาการของสิวอุดตัน article
สิวทั่วไปและสิวอักเสบแตกต่างกันอย่างไร? article
สิวที่คางหรือสิวขึ้นที่คาง article
## สิวที่หน้าผากหรือสิวขึ้นที่หน้าผากจะกำจัดสิวที่หน้าผากนี้อย่างไร?? ## article
ปรากฎการณ์สิวอักเสบเรื้อรังเป็นเวลานานๆ article
สาเหตุหรือที่มาของสิว article
เกี่ยวกับสิว article
โรคผิวหนังอักเสบและการดูแลรักษา article
การเข้าใจหรือความเชื่อเกี่ยวกับสิว article
การเกิดของโรคผิวหนังอักเสบ article
แนวทางในการรักษาสิวและที่มาของสิว article
สาเหตุของการเกิดสิวและการรักษา article
การดูแลรักษาสิว article
วิธีการป้องกันสิว article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ขายสูตรสิวอักเสบ, ขายทรัพย์สินทางปัญญา, ขายลิขสิทธิ์, ขายนวัตกรรม, ขายโนฮาว, เทคโอเวอร์สูตรสิว