ReadyPlanet.com
dot
bullet(( ข้อมูลวิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเอง ))
bulletเป็นสิวอักเสบเต็มหน้า
bulletเป็นสิวอักเสบเต็มหลัง/เป็นสิวอักเสบที่หลัง
bulletเป็นสิวอักเสบที่แก้ม
bulletเป็นสิวอักเสบที่คาง
bulletรวมภาพสิวอักเสบในแต่ละจุด
bulletวิธีรักษาสิวอักเสบ/แก้สิวอักเสบด้วยตัวเองในเบื้องต้น
bulletสิวขึ้นลำคอ
bulletเป็นสิวที่หน้าอก/หน้าอกเป็นสิว/สิวขึ้นตรงหน้าอก
bullet หัวเป็นตุ่ม/หัวเป็นตุ่ม คัน/ หัวอักเสบ/หัวเป็นตุ่มสิว/หัวเป็นตุ่มหนอง
bullet((จากแบรนด์มาสเตอร์คลีน))
bulletผลิตภัณฑ์ของมาสเตอร์คลีนทั้งหมด
bulletจำหน่ายครีมกระชับผิวหน้า/ครีมหน้าเด้ง
bulletครีมหน้าเด้ง/ครีมกระชับผิวหน้า
bulletครีมกระชับผิวหน้า/ผลิตภัณฑ์กระชับผิวหน้า
bulletครีมกระชับผิวหน้ายี่ห้อไหนดี?
bulletการบํารุงผิวพรรณ
bulletเคล็ดลับการบํารุงผิวหน้าไม่ให้เป็นสิว
bullet(( จะเริ่มต้นบำรุงผิวพรรณเมื่อไหร่ดี? ))
bulletการบำรุงผิวด้วยน้ำผึ้งแท้
bulletการบำรุงผิวด้วยน้ำนมสดพลาสเจอร์ไรส์
bullet(( การเลือกใช้สบู่กรณีสิวอักเสบสิวผดผื่น ))
bullet(( การใช้แชมพูสำหรับหนังศีรษะอักเสบและรังแคเรื้อรัง ))
bulletแชมพูมาสเตอร์คลีนใช้ได้ดีกับปัญหาใด?
bulletมาสเตอร์คลีนคืออะไร?
bulletสิวคืออะไร?สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร?จะป้องกันสิวได้อย่างไร?
bulletเมื่อไหร่สิวจึงจะหายขาดแบบถาวร ?
bullet(( จะปฏิบัติตัวหรือทำตัวอย่างไรเมื่อเป็นสิว ?? ))
bullet(( วงจรการเกิดสิวและสิวอักเสบ ))
bullet(( เป็นฝีบ่อยๆ ))
bulletเกี่ยวกับสิวและที่มาของสิว
bullet อานุภาพของเชื้อแบคทีเรีย
bulletเป็นสิว/รักษาสิว
bulletสิวอักเสบในแต่ละจุด
bullet(( เทคนิคการเอาชนะสิวที่แก้ม ))
bulletเกี่ยวกับสิวอักเสบ( ที่มาของสิวอักเสบการดูแลรักษาสิวอักเสบ)
bulletข้อมูลเกี่ยวกับสิวและสิวอักเสบ
bulletเป็นสิวทําไงดี/เป็นสิวอักเสบ
bulletสิวอักเสบ
bullet((( วิธีรักษาสิวอักเสบ/วิธีป้องกันสิวอักเสบ )))
bulletการดูแลสิวอักเสบ/การรักษาสิวอักเสบ
bulletผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสิวอักเสบสิวผดผื่น
bulletเป็นผื่นคันน้ำเหลืองเสีย
bulletปัญหาสิวอักเสบ
bulletการทำความสะอาดสิวอักเสบด้วยสบู่เหลว
bulletกำจัดสิวอักเสบ
bulletกำจัดสิวอักเสบและสิวหนองอย่างไรให้รวดเร็ว?
bulletการแก้ปัญหาสิวอักเสบ
bulletการรักษาสิวอักเสบให้ได้ผลดี
bulletเป็นสิวอักเสบ
bulletเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้างอักเสบ
bulletการดูแลสิวอักเสบที่ใบหน้าและที่หลัง
bulletเป็นสิวที่หลัง/การรักษาสิวที่หลัง
bullet(( เป็นสิวที่คาง/เป็นสิวอักเสบที่คาง ))
bulletสิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่
bulletการรักษาสิวหัวช้าง/แก้สิวหัวช้าง
bulletสิวหนองหรือสิวหัวหนองคืออะไร?
bulletกำจัดสิวหัวหนองหรือสิวหนอง
bulletสิวอุดตัน/สิวอุดตันอักเสบ
bulletเป็นสิวเห่อที่คาง/เป็นสิวอักเสบที่คาง
bullet(( สิวผด ))
bulletสิวเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้าง
bulletสิวอักเสบและวิธีรักษาสิวอักเสบ
bulletรักษาสิวอักเสบ/ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอักเสบ
bulletยารักษาสิว
bullet(( สบู่รักษาสิวที่หลัง ))
bullet<< สบู่รักษาสิว >>
bulletสิว : ภัยคุกคามผิวหน้า
bulletเป็นสิว/เป็นสิวที่ใบหน้า
bulletเครื่องสำอางกับการเกิดสิว (cosmetic acne)
bulletเกี่ยวกับสิวและที่มาของสิว
bulletผิวที่ทำให้เกิดสิวอักเสบง่าย
bulletการรักษาสิวเบื้องต้น
bulletวิธีรักษาสิวดูแลสิวแต่ละชนิด
bulletแนวทางปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการเกิดสิว
bulletผดผื่นคัน/ เป็นผื่นคันตามตัว
bullet(( มีปัญหาเป็นผื่นคันตามผิวหนังบ่อยๆดูที่นี่ ))
bullet(( หนังศีรษะอักเสบ ผมร่วง ))
bulletเป็นเชื้อราที่หนังศีรษะทำให้ผมร่วงจริงหรือ?
bulletคันหัวจากเชื้อรา
bullet(( ผมร่วง คันศีรษะบ่อยๆ ))
bullet(( แชมพูรักษารังแค ))
bulletวิธีรักษารังแค/แก้รังแคด้วยตัวเอง
bulletหัวเป็นเชื้อราหรือศีรษะเป็นเชื้อรา
bulletหัวเป็นสิวหรือศีรษะเป็นสิวอักเสบ
bulletหัวอักเสบเป็นตุ่มหนอง/หัวอักเสบเป็นตุ่มคัน
bulletหนังศีรษะอักเสบเป็นหนอง
bulletรังแคจากเชื้อราบนหนังศีรษะ
bulletเทคนิคการกำจัดสิวเสี้ยน
bulletเป็นฝีที่รักแร้/เป็นฝีที่รักแร้ ทำไงดี
dot
Admin.
dot
bulletบริหารจัดการ
dot
เว็บไซต์ที่น่าเปิดดู
dot
bulletเปิดร้านกาแฟ/เปิดร้านสมูธตี้
bulletร้านแว่นตา.com
bulletช่างปั้น/งานปั้น/ทำแม่พิมพ์/ทำโมลด์
bulletBangkokShow.com


ขายสูตรสิวอักเสบ, ขายทรัพย์สินทางปัญญา, ขายลิขสิทธิ์, ขายนวัตกรรม, ขายโนฮาว, เทคโอเวอร์สูตรสิว
กาแฟ, กาแฟสด, แฟรนไชส์กาแฟ, ร้านกาแฟ, เปิดร้านกาแฟสด, อุปกรณ์กาแฟ, เคาน์เตอร์กาแฟ, เปิดร้านกาแฟ, ทำร้านกาแฟ, ธุรกิจร้านกาแฟ
สบู่เหลว, แชมพูสมุนไพร, ครีมหน้าเด้ง, ครีมกระชับผิวหน้า, เสริมความงาม, บำรุงผิวพรรณ, ครีมบำรุงหน้า, สบู่แก้สิว, สิวอักเสบ, สิวหนอง, สิวหัวช้าง, รักษาสิวอักเสบ, กำจัดสิวอักเสบ, แก้สิวอักเสบ, ผิวหนังอักเสบ, หนังศีรษะอักเสบ, ฮ่องกงฟุต, น้ำกัดเท้า
ร้านแว่นตา,แว่นสายตา,ตัดแว่นตามตัดแว่นสายตา, สายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง, ซื้อแว่นตา, ตัดแว่น, แว่นตาราคาถูก
กาแฟ, กาแฟสด, แฟรนไชส์กาแฟ, ร้านกาแฟ, เปิดร้านกาแฟสด, อุปกรณ์กาแฟ, เคาน์เตอร์กาแฟ, เปิดร้านกาแฟ, ทำร้านกาแฟ, ธุรกิจร้านกาแฟ


ขายสูตรสิวอักเสบ, ขายทรัพย์สินทางปัญญา, ขายลิขสิทธิ์, ขายนวัตกรรม, ขายโนฮาว, เทคโอเวอร์สูตรสิว
เป็นสิวอักเสบ

     
การดูแลและรักษาสิวอักเสบ ต้องทำแบบบูรณาการทุกส่วน ลำพังเพียงการแก้ไขปัญหาจุดใดจุดหนึ่ง อาจหายไปเป็นครั้งคราวเท่านั้น สิวอักเสบสามารถกลับมาเป็นใหม่ได้ทุกเมื่อ
ที่นี่ ใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการนำเสนอข้อมูลและสินค้า ไม่มีการสร้างภาพหรืออุปโลกน์ใดๆ นำเสนอข้อมูลทุกอย่างแบบตรงมาตรงไป ควรใช้หลักเหตุและผลในการศึกษาข้อมูลตามหลักวิทยาศาสตร์ อย่าเชื่อโดยไร้หลักเหตุผลรองรับ

ความเหมือนในความต่างระหว่างฝีอักเสบกับสิวอักเสบ

ความเหมือนกันหรือลักษณะที่เหมือนกันของฝีอักเสบกับสิวอักเสบทั่วๆไปก็คือ ทั้งฝีอักเสบและสิวอักเสบ ล้วนเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียทั้งคู่ ดังนั้น ในการดูแลและรักษาจึงมุ่งเน้นไปที่การดูแลในเรื่องของความสะอาดและการกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ถ้าทำได้ดีในสองจุดนี้ฝีอักเสบและสิวอักเสบก็หายได้ง่ายๆ ส่วนความต่างกันของฝีอักเสบและสิวอักเสบก็คือ ฝีอักเสบโดยทั่วไปจะมีขนาดใหญ่กว่าสิวอักเสบ การเกิดอักเสบมองเห็นชัดเจน มีขนาดรุนแรงกว่าสิวอักเสบ วิกฤติมากกว่าสิวอักเสบ เจ็บปวดและทรมานมากกว่าสิวอักเสบ

เอาชนะสิวอักเสบ/สิวหนอง/สิวหัวช้าง/สิวที่หลัง/สิวที่แก้ม/สิวที่คาง/สิวผดผื่น/ผดผื่นคันตามตัวได้ง่ายๆด้วยมาสเตอร์คลีน ชัดเจนและแน่นอน

      

สบู่เหลวมาสเตอร์คลีน ช่วยทำความสะอาดใบหน้าและผิวหนังที่สกปรก สิ่งแปลกปลอมต่างๆคราบไขมันอันเป็นแหล่งเพาะเชื้อที่ก่อให้เกิดการอักเสบของสิวอักเสบและผิวหนังอักเสบ สิวผดผื่นหรือผดผื่นคันตามผิวหนัง ใช้เป็นประจำช่วยให้ใบหน้าและผิวหนังมีสุขภาพดี ห่างไกลจากสิวผดผื่นคันและการอักเสบของผิวหนัง

สิวอักเสบ คือ สิวที่มีลักษณะนูนแดง อาจจะมีหัวหรือไม่มีหัวก็ได้ สิวอักเสบจะเกิดตามจุดอ่อนต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่มีต่อมไขมันจำนวนมาก อาจก่อให้เกิดอาการเจ็บได้ในบางครั้ง สิวอักเสบมีตั้งแต่อักเสบขนาดเล็กไปจนถึงเป็นตุ่มอักเสบขนาดใหญ่ ที่เรียกกันว่า " สิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่ " สร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ที่เป็นสิวอักเสบได้

สิวอักเสบ( Inflammatory acne หรือ Papulopustular acne  ) คือ สิวที่มีลักษณะนูนแดง อาจจะมีหัวหรือไม่มีหัวก็ได้  สิวอักเสบมีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงเป็นตุ่มอักเสบขนาดใหญ่ ที่เรียกกันว่า " สิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่ " สร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ที่เป็นสิวอักเสบได้ สิวอักเสบอาจสร้างรอยแผลเป็นได้ถ้าแก้ไขไม่ทัน

   

ที่มาหรือสาเหตุของการอักเสบของสิวอักเสบ

1. จากธรรมชาติ เป็นปฏิกิริยาระหว่างแบคทีเรียกับไขมันหรือน้ำมันภายในเซลล์ผิวหนัง ( โคมิโดนในเซลล์ผิวหนัง )

2. เกิดจากการกด การบีบ การกระแทกจากฝีมือมนุษย์หรืออุบัติเหตุ

3. สารเคมี การสัมผัสสารเคมีบางชนิด อาจก่อให้เกิดการอักเสบเป็นสิวอักเสบขึ้นมาได้

สิวอักเสบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีสาเหตุมาจากอะไร?

 โดยทั่วไปแล้ว สิวอักเสบมาจาก 2 ปัจจัยหลักๆดังนี้

1. ปัจจัยจากภายในร่างกายของเรา เช่น ภาวะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง หรือโรคภัยไข้เจ็บบางชนิด การได้รับสารบางอย่างเข้าไปภายในร่างกาย ซึ่งสิวอักเสบส่วนใหญ่จะมาจากปัจจัยจากภายในร่างกายของเราเอง

2. ปัจจัยจากภายนอกร่างกาย เช่น มลพิษจากแสงแวดล้อม แบคทีเรีย ของใช้สอยในชีวิตประจำวัน เครื่องสำอาง สารเคมีต่างๆ การกด การบีบ อุบัติเหตุ เป็นต้น

ปัจจัยหลักๆที่ก่อให้เกิดการอักเสบขึ้นของสิวอักเสบแบบธรรมชาติก็คือ แบคทีเรีย ดังนั้น ถ้ายับยั้งหรือทำลายแบคทีเรียได้ ก็เท่ากับลดการอักเสบได้

            
            ( ภาพจำลองเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบ )

   ที่มาหรือสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ

สิวอักเสบส่วนมากเกิดจากปฏิกิริยาของแบคทีเรียในบรรยายกาศกับไขมันที่อุดตันภายในเซลล์ชั้นนอก จุดที่มีต่อมไขมันมาก มีโอกาสเกิดสิวอักเสบบ่อย เช่น บริเวณแก้ม หน้าผาก คาง แผ่นหลัง เป็นต้น

     เชื้อแบคทีเรีย + ไขมันที่ร่างกายขจัดออกมาทางรูขุมขน => สิวอักเสบ ( รวมถึงสิวหนองและสิวหัวช้าง )

เป็นสิวอักเสบบ่อยๆจะเกิดขึ้นกับใครบ้าง ?

ทั้งหญิงและชาย ตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์ขึ้นไปจนถึงวัยทอง ( อายุ 12 - 45 ปี ) ซึ่งแต่ละบุคคลช่วงเป็นสิวอักเสบจะแตกต่างกันออกไปตามสรีระตามช่วงอายุของแต่ละบุคคล สิวอักเสบมักเกิดขึ้นในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ช่วงวัยรุ่นที่การเปลี่ยนภาวะฮอร์โมนอย่างรุนแรง การเกิดสิวอักเสบและการอักเสบจะรุนแรงมากกว่าช่วงวัยทอง เมื่อเข้าสู่วัยทองภาวะการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนน้อยลงหรือลดลง การเกิดสิวอักเสบก็จะน้อยลงหรือลดลง

เมื่อเกิดสิวอักเสบแล้วต้องทำอย่างไร ?

แน่นอนว่าถ้าสิวอักเสบเกิดขึ้นกับใคร ก็ต้องดูแลและรักษาอย่างถูกวิธีจึงจะทำให้สิวหายหรือลดลงได้ และถึงแม้รักษาจนสิวอักเสบหายสนิทแล้ว ก็ไม่ควรประมาท เพราะสิวอักเสบสามารถเกิดขึ้นรอบใหม่ได้ทุกเมื่อ ตราบใดที่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดสิวอักเสบขึ้นตลอดเวลาก็ไม่ควรประมาท ควรทำการระวังและป้องกันอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะหมดปัจจัยเสี่ยงหรือปัจจัยเสี่ยงน้อยลง จนสิวอักเสบไม่สามารถเกิดขึ้นมาใหม่ได้

สิวอักเสบที่เกิดตามจุดต่างๆ

ปัญหาสิวอักเสบส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่มาจากปัจจัยภายในร่างกายของแต่ละคน โดยเฉพาะจะเกี่ยวข้องกับสภาวะของฮอร์โมนโดยตรง การเป็นสิวอักเสบจะมีวงจรเริ่มต้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น และจะสิ้นสุดหรือไม่มีสิวเลยแบบหายถาวร เมื่อเข้าสู่วัย 50 ปีขึ้นไป ซึ่งบางรายก็หมดสิวก่อนอายุ 50 ปี แต่บางรายแม้อายุ 50 ปีก็ยังมีสิวเล็กน้อย ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกคือสาเหตุหลักๆของการเกิดปัญหาสิวขึ้น สิวอักเสบสามารถเกิดขึ้นตามจุดอ่อนดังต่อไปนี้

1. การดูแลสิวอักเสบ

เนื่องจากสิวอักเสบส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ โดยมาจากปัจจัยหลักๆคือ ปัจจัยจากภายในร่างกายของเรา โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงภาวะของฮอร์โมนในร่างกาย และปัจจัยภายนอก เช่น มลพิษต่างๆ แบคทีเรีย สารเคมี เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของสิว ดังนั้นในการดูแลเรื่องสิวอักเสบจึงมุ่งไปที่การกำจัดปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิวอักเสบขึ้น เพื่อเป็นการลดการเกิดสิวอักเสบและช่วยป้องกันการเกิดสิวอักเสบขึ้นในระดับหนึ่ง

1.1 การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ การพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่กังวลและเครียด ไม่รับประทานอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง งดอาหารประเภทรสจัดๆ

2.2 การดูแลในเรื่องความสะอาดของผิวหนัง อย่าให้ผิวหนังสกปรกบ่อยๆหรือผิวหนังมันจนเกินไป หลีกเลี่ยงฝุ่นละอองหรือแหล่งสกปรก

เมื่อเป็นสิวอักเสบควรปฏิบัติหรือทำอย่างไร?

1. ห้ามกดหรือบีบสิวอักเสบที่เกิดขึ้น

2. ทำความสะอาดบริเวณที่เป็นสิวอักเสบด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ

3. ไม่ควรไปรบกวนบริเวณที่เป็นสิวอักเสบ เช่น คุ้ย แคะ แกะ นวด เค้น ลูบคลำ เป็นต้น

4. กรณีที่เกิดการอักเสบมาก ผิวมันมาก อาจใช้น้ำอุ่นผสมเกลืองแกง( เกลือที่ใช้รับประทานทั่วไป )ลงไปเล็กน้อยนำไปทำความสะอาดบริเวณที่เกิดสิวอักเสบเช้า-เย็น จะช่วยลดการอักเสบลงได้ในระดับหนึ่ง

2. การรักษาสิวอักเสบ

แต่ละคนอาจมีวิธีรักษาสิวอักเสบที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความรู้พื้นฐานหรือสิ่งที่ได้สดับรับฟังต่อๆกันมา แต่โดยรวมแล้วการรักษาสิวอักเสบจะอยู่ในขอบเขต 2 ปัจจัยหลัก คือ การจัดการกับปัจจัยจากภายในและปัจจัยจากภายนอก วิธีจัดการกับปัจจัยเหล่านี้ทำได้ดังนี้

2.1 พบแพทย์ผิวหนัง

2.2 ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอักเสบที่มีประสทธิภาพในการกำจัดสิวอักเสบได้จริงๆ ต้องเห็นผลชัดเจนเท่านั้น

การป้องกันการเกิดสิวอักเสบเบื้องต้น

1. ล้างหน้าด้วยสบู่เหลวอ่อนๆ
2. ถ้าผิวหน้ามันมาก ก็ให้ใช้กระดาษซับไขมันออก 
3. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่งสำอางที่แรงเกินไป ควรใช้ครีมอ่อนๆ 
4. หลีกเลี่ยงที่อับชื้นและที่มีมลพิษมากๆ
5. ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีใดๆก่อนเข้านอน
6. เวลาที่ล้างหน้าไม่ควรถูแรงๆ เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบได้
7. อย่าปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเป็นเวลานานๆ
8. อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้ากดทับบริเวณที่สิวอักเสบ
9. อย่าใช้มือแกะเกาบริเวณที่เป็นสิว เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ 
10. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าเครียด หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
11. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณไขมันมากๆ

วิธีปฎิบัติตนไม่ให้เกิดสิวอักเสบ
1. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่เพิ่มความมันบนใบหน้า การนวดและการขัดหน้า
2. การทำความสะอาดผิวหน้า ควรล้างหน้าด้วยน้ำยาล้างหน้าหรือคลีนเซอร์อย่างอ่อน (gentle cleanser) ที่ไม่มีฟอง เพียงวันละ 2-3 ครั้งเท่านั้น (ขึ้นกับความมันของผิวหน้า) ไม่ควรฟอกสบู่บ่อยเกินไป เพราะความเป็นด่างของสบู่จะระคายผิว และก่อให้เกิดสิวขึ้นได้
3. หากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอาง หรือโลชั่น ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน (oil free) หรือโลชั่นที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิว (non-acnegenic) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (non-comedongenic)
4. อย่าใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสใบหน้า
5. อย่าบีบ หรือแกะหัวสิวให้แตก เพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น หายช้าลง หรือทำให้เกิดแผลเป็นได้
6. ควรสระผมบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ผมมันและลงมาปรกตามใบหน้า พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันใส่ผมหรือโฟมแต่งผม
7. พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียดหรือวิตกกังวลเกินไป
8. ในกรณีที่เป็นสิวหัวหนองขนาดใหญ่หลายๆเม็ด หรือมีอาการอักเสบมาก ควรพบแพทย์ เพราะจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะได้ไม่เกิดแผลเป็นจากสิว
 

   การบริหารจัดการเรื่องสิวอักเสบอย่างมืออาชีพมี 2 ขั้นตอนดังนี้

1. จัดการเรื่องสิวอักเสบให้หายหรือยุบไป โดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย

2.  ทำการป้องกันการเกิดสิวอักเสบที่จะกลับคืนมาใหม่ ซึ่งสิวอักเสบส่วนมากจะมาจากภาวะภายในร่างกายหรือปจจัยจากภายในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนในร่างกาย ตราบใดที่ฮอร์โมนกำลังเจริญเติบโตดี สิวก็จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ไปจนกว่าภาวะฮอร์โมนในร่างกายจะลดลงเมื่ออายุเข้าสู่วัยทองขึ้นไป จนถึงอายุ 60 ปี สิวอักเสบก็จะหมดไป

 สิวอักเสบ (Inflammatory acne หรือ Papulopustular acne ) คือการที่สิวอุดตันที่ได้รับการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มPropionibacterium acne( P.acne) แล้วแบคทีเรียชนิดนี้จะปล่อยเอนไซม์ที่จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ โดยมีความรุนแรงแตกต่างกัน แล้วแต่จำนวนเชื้อและขนาดของสิวที่อุดตัน และมีการเรียกชื่อแตกต่างกันออกไป ผู้ที่มีปัญหาผิวมันมักเกิดสิวอักเสบบ่อยและมากกว่าผิวธรรมดาทั่วไป
ประเภทของสิวอักเสบ แบ่งได้เป็นดังนี้
-
สิวนูนแดง (Papule) เป็นสิวอักเสบเริ่มแรก ซึ่งอาจเรื้อรังและพัฒนาไปเป็นสิวหนองได้

-
สิวหนองหรือสิวหัวหนอง ( Pustule) เป็นผลมาจากสิวอักเสบอีกต่อหนึ่ง
-
สิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่ (acne conglobata)-เป็นสิวประเภทอักเสบที่มีขนาดใหญ่ มักเกิดแผลเป็นเมื่อหาย

-
สิวซีสต์ (acne cyst)เป็นผลจากการอักเสบและอุดตันเป็นไขมันสะสมภายในเซลล์ผิวหนัง มักเกิดแผลเป็นเมื่อหาย

-
สิวตุ่มนูนหนอง(Papulopustular acne)อาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่มักเกิดแผลเป็นเมื่อหาย

สิวอักเสบ เป็นสิวหัวขาวหรือหัวดำที่มีเชื้อแบคทีเรียซึ่งปกติอยู่ในผิวหนัง ย่อยไขมันที่สะสมเป็นกรดไขมัน ทำให้เกิดการระคายเคืองผิว จึงมีอาการบวมแดงกลายเป็นสิวอักเสบ  ปัญหาใหญ่เป็นที่หนักอกหนักใจ กลุ้มใจ เครียด ของคนที่เป็นสิวอักเสบ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่กำลังเข้าสู่วัยหนุ่มวัยสาว ต่างเครียดไปตามๆกัน เพราะสิวอักเสบถ้าเกิดขึ้น ณ บริเวณใดแล้ว ย่อมมีการอักเสบเกิดขึ้นหรือที่เรียกกันว่า เป็นสิวอักเสบนั่นเอง ซึ่งมีผลทำให้ใบหน้าที่สวยและหล่อเหลาต้องสูญสลายไป ถ้าเป็นสิวขึ้นจำนวนมากและกินบริเวณกว้างถึงขั้นอาจใบหน้าเละ กลายเป็นใบหน้าอัปลักษณ์อย่างกระทันหัน ยิ่งทำให้เครียดและกลุ้มใจมากขึ้นอย่างแน่นอน เป็นสิวอักเสบเกิดขึ้นได้ทั้งหญิงและชายตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์ขึ้นไป และสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อถ้ามีปัจจัยเสี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะปัจจัยที่อยู่ภายในตัวของเราเอง ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ นั่นก็คือฮอร์โมนนั่นเอง ไม่มีก็ไม่ได้ มีมากเกินก็มีผลกระทบต่อการเกิดสิวขึ้นบนใบหน้า ปัญหาสิวอักเสบถึงแม้เราจะปฏิบัติดีด้วยการทำความสะอาดผิวบ่อยๆอย่างไรก็ตาม มันก็ยังตามราวีอยู่ตลอดเวลา การเกิดสิวอักเสบนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งเม็ดเดียวหรือหลายเม็ดกระจายตามแหล่งต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะจุดอ่อนตรงบริเวณใบหน้า ซึ่งเป็นสิวอักเสบกันมากที่สุด เมื่อเกิดขึ้นแล้วห้ามบีบหัวสิว เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้ ซึ่งอาจทำให้เม็ดสิวใหญ่โตมากขึ้น อาจจะตามมาด้วยหนองบวมที่เรียกกันว่า สิวหัวช้างนั่นเอง ในบางกรณีผู้เป็นสิวอักเสบถึงขนาดจับไข้ก็มี การบีบสิวจะทำให้เกิดแผลเป็น การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ทำความสะอาดบริเวณที่เป็นสิวอักเสบอย่างสม่ำเสมอ ห้ามบีบ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังต่อไป อย่าทำให้สิวอักเสบระเบิดโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้ติดเชื้อจากแบคทีเรียในบรรยากาศได้ง่าย หลีกเลี่ยงการไปในที่สกปรกหรือมีฝุ่นละอองจำนวนมาก เพราะการเป็นสิวอักเสบอาจจะขยายเป็นวงกว้างเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีเชื้อเดิมอยู่แล้ว อาการเป็นสิวอักเสบอาจจะเป็นๆหายๆ เหตุเพราะมีปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวอักเสบจำนวนมาก ทั้งอาหารการกิน มลพิษจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา รวมถึงปัจจัยที่มาจากภายในร่างกายของเราเอง เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องทำการแก้ไขให้ปัญหาจบไปในแต่ละครั้ง การป้องกันสิวอักเสบเบื้องต้นคือการทำความสะอาดผิวอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่แออัด มลพิษสูง

 เป็น
สิวอักเสบ เกิดจากการอุดตันของไขมันที่ร่างกายขับออกมาผ่านทางผิวหนังหรือผิวหนังสกปรก แบคทีเรียในบรรยากาศเข้าไปทำปฏิกิริยากับไขมันที่อุดตันอยู่ภายในเซลล์ผิวหนังจึงทำให้เกิดการอักเสบและเป็นหนองขึ้นมา ปัญหาเป็นสิวอักเสบเป็นปัญหาที่พบมากที่สุด พบได้ทั้งหญิงและชายตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์ขึ้นไป เป็นภาวะที่ทุกคนไม่พึงปรารถนา เพราะเป็นสิวอักเสบทำให้เกิดอาการปวดบริเวณที่เป็นติดตามมาได้ บางรายอักเสบอย่างรุนแรงจนถึงขนาดจับไข้ก็มี เป็นสิวอักเสบอาจจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ที่เรียกว่าสิวเม็ดใหญ่ ซึ่งในแต่ละครั้งที่เป็นแตกต่างกันออกไป เมื่ออักเสบเป็นเวลานานๆอาจทำให้กลายเป็นสิวหัวช้างที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และการอักเสบอาจทำให้เกิดหนองขึ้นในบางครั้งที่เรียกกันว่าสิวหัวหนองนั่นเอง ดูรายละเอียดมากกว่านี้คลิกที่นี่   

  เป็นสิวอักเสบที่จมูก ซึ่งสิวอักเสบประเภทนี้เกิดจากรูจมูกสกปรกหรือไขมันอุดตัน ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นและอาจกลายเป็นสิวหนองที่มีขนาดใหญ่
  เป็นสิวอักเสบที่หู เกิดจากใบหูหรือในหูสกปรก ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ และอาจเป็นหนองได้ มีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ในบางรายเป็นสิวอักเสบเรื้อรังต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ รักษามาสารพัดวิธี แต่ก็ไม่ได้ผลสักที

ความจริงเกี่ยวกับสิว:สิวส่วนใหญ่เกิดจากฮอร์โมน ยากที่จะหายเด็ดขาดได้ อาจเป็นๆหายๆ ตราบใดที่ฮอร์โมนยังลดลงไม่ถึงจุดต่ำสุด ดังนั้นการดูแลและรักษาสิวควรทำอย่างต่อเนื่อง และเมื่อสิวหายแล้ว ควรทำการป้องกันอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน เพราะสิวสามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งปัจจัยจากภายในร่างกายของเราและปัจจัยภายนอก ดังนั้นจะเห็นว่า สิวสามารถทำให้หายได้ และสามารถเกิดขึ้นมาใหม่ได้ตลอดเวลา ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาอย่างถูกขั้นตอนและถูกวิธี
 
  
แนวทางในการดูแลและรักษาสิวอักเสบและการป้องกันการเกิดสิวอักเสบ
1 ) การรักษาสิวอักเสบ ด้วยการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ ( P. Acne  )
2 ) การป้องกันการเกิดสิวอักเสบ เมื่อกำจัดสิวอักเสบได้แล้ว ต้องทำการป้องกันการเกิดสิวอักเสบที่จะหวนกลับมาเป็นเป็นอีก เพราะการเกิดสิวอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจากหลากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีอยู่รอบตัว ทั้งจากปัจจัยภายในร่างกายของเราเอง และปัจจัยภายนอกร่างกาย ในบรรยากาศทุกๆตารางนิ้วมีแบคทีเรียในบรรยากาศกระจายอยู่ทั่วๆไป ซึ่งพร้อมที่จะทำปฏิกิริยากับผิวของเราได้ทุกโอกาส โดยเฉพาะช่วงที่ผิวหนังสกปรก สามารถเกิดสิวอักเสบขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อทำการรักษาสิวอักเสบหายเป็นปกติแล้ว จึงต้องมีการป้องกันการเกิดสิวอักเสบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

สาเหตุที่ก่อให้เกิดสิวมีหลายอย่าง ดังนี้
         1. ความเครียด ความวิตกกังวลทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง จึงเป็นการกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันทำให้เกิดสิวได้
         2. แสงแดด ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น และเกิดการแบ่งเซลล์ที่ต่อมไขมันมากกว่าปกติ ก็ทำให้เกิดสิวได้
         3. อาหาร อาหารที่มันจัด เช่น ของทอดและของมันๆ อาหารหวานจัด เช่น น้ำอัดลม
อาหารหวานๆ อาหารทะเลที่มีธาตุไอโอดีน (iodine) เช่น สาหร่ายทะเล และวิตามินบางอย่าง เช่น วิตามินอี วิตามินบี 12 ก็ทำให้เกิดสิวได้
         4. กิจวัตรประจำวัน เช่น การนอนดึก ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อร่างกาย ทำให้เกิดสิว นอกจากนี้อาการท้องผูกก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้ เพราะอาหารที่
คั่งค้างอยู่ในท้องเป็นของเสียที่ร่างกาย ไม่ต้องการ ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดสิวได้
         5. การล้างหน้ามากเกินไปหรือบ่อยๆ จะทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น เพื่อผลิตไขมันมากจนผิดปกติ ทำให้เกิดการอุดตันของไขมันกลายเป็นสิวได้
         6. สารเคมีในสบู่บางชนิดเป็นสบู่ที่ผสมกำมะถันและสารเฮกซาคลอโรฟิน (hexaclorrofin) อาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดสิวได้
         7. สารสเตียรอยด์ (steroid) ทั้งชนิดทาและชนิดรับประทาน ก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดสิวได้ด้วยเช่นกัน
         8. ฮอร์โมน ฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen hormone) ที่กระตุ้นการสร้างไขมันมาก จะเกิดการอุดตันของรูขุมขน จึงทำให้เกิดเป็นสิวได้ง่าย

      การรักษาสิวแต่ละชนิดโดยทั่วๆไป

หลักเกณฑ์ในการรักษาสิวค่อนข้างจะตรงไปตรงมาตามพยาธิกำเนิด ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการรักษาไม่สามารถจะรักษาสิวให้หายได้อย่างรวดเร็วทันใจภายใน 1 สัปดาห์ การรักษาอาจจะพอเห็นผลดีขึ้นบ้างอย่างน้อยภายใน 2-4 สัปดาห์ ซึ่งถ้าได้รับการรักษาที่เหมาะสมจะดีขึ้นประมาณ40% เมื่อรักษาได้ครบ 2 เดือน, เมื่อครบ 4 เดือนจะดีขึ้นประมาณ 60% และเมื่อครบ 6 เดือนจะดีขึ้นประมาณ 80% หรือมากกว่า

ยาทาสิวอักเสบที่ใช้กันในปัจจุบันสำหรับแพทย์ผิวหนัง
ยาทาที่ใช้รักษาสิวออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ ฤทธิ์กำจัดหัวสิว ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ
ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่
1. Benzoyl peroxide ซึ่งออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อ P. acnes และลดปริมาณกรดไขมันอิสระอีกทั้งช่วยลดขนาดและจำนวนของ comedones รวมทั้งรอยสิวที่อักเสบลงได้ด้วย ดังนั้นยานี้ได้ผลดี ทั้งสิวอักเสบและไม่อักเสบ Benzoyl peroxide อาจจะทำให้ ผิวหนังเกิดอาการระคาย แห้ง ลอก และอาการผื่นแพ้จากการสัมผัสได้ แนะนำให้ใช้ยาเพียง 5-10 นาที วันละ 2 ครั้งแล้วล้างยาออกด้วยน้ำเปล่า เมื่อเริ่มคันกับการใช้ยาจึงเพิ่มเวลาในการทายาให้นานขึ้น ผลิตภัณฑ์ Benzoyl peroxide มีหลายรูปแบบในความเข้มข้น 2.5%, 5% และ 10% ในรูปของ gel และ lotion ซึ่งโดยทั่วไปเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ของยาในชนิด gel ออกฤทธิ์ดีกว่า lotion และตัวยาในความเข้มข้น 2.5% ได้ผลในการรักษาพอๆ กับ 5% และ 10% อีกทั้งยังก่อให้เกิดอาการระคายผิวน้อยกว่าด้วย

2. antibiotics ชนิดทาเฉพาะที่ ออกฤทธิ์เป็น bacteriostatic และออกฤทธิ์ลดการอักเสบ ยากลุ่มนี้จะได้ผลดีกับรอยโรคชนิดอักเสบ คือ ตุ่มนูนแดงแข็ง (papule) และสิวหนองชนิดตื้นหรือลึก (pustules) แต่รอยโรคแบบ comedo และสิวขนาดใหญ่ เป็นถุงใต้ผิวหนังภายในมีหนองหรือสารเหลวๆ คล้ายเนย (cyst) อาจจะไม่เปลี่ยนแปลง ยา clindamycin และ erythromycinใช้ทาได้สะดวก และผลที่ได้ใกล้เคียงกัน รองลงมาคือ tetracycline ยากลุ่มนี้ถ้าใช้ต่อไปนาน ๆจะมีเชื้อโรคซึ่งดื้อต่อยา ยาทาต้านเชื้อแบคทีเรียทุกชนิด ใช้ทาวันละ 2 ครั้ง

Topical antibiotic ที่ใช้ทารักษาสิว ได้แก่
2.1 Clindamycin phosphate ความเข้มข้น 1% ใน hydroalcoholic vehicle หรือใน gel ยาทาประกอบด้วย Clindamycin phosphate 10 มก./มล. ใน 50% isopropyl alcohol และ propylene glycol solution หรืออาจจะใช้ตัวยาใน gel
2.2 Erythromycin base solution ความเข้มข้นต่างๆ กัน ตั้งแต่ 1.5-2% ยาทาประกอบด้วย erythromycin base ใน propylene glycol และ alcohol solution
2.3 Tetracycline hydrochloride solution ประกอบด้วย tetracyclinehydrochloride 2.2 มก./มล. ใน 40% ethanol solution หลังการทา tetracycline
hydrochloride แล้ว 1 ชั่วโมงจะทำให้ผิวหนังเป็นสีเหลืองอยู่ชั่วคราว อาจจะล้างออกได้โดยไม่ทำให้ผลของยาลดลง

3. Azelaic acid cream 1,7-heptane decarboxylic acid [COOH-(CH2 ) 7-COOH] เป็นยารักษาสิวที่ออกฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อ P. acnes และ S. epidermidis อีกทั้งยังลด keratohyalin granules และต้านการสร้าง keratin จึงมีผลยับยั้งการเกิด comedo นอกจากนี้ azelaic acid ยังมีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบแต่ไม่มีผลต่ออัตราการหลั่งsebum ผลของการรักษาใกล้เคียงกับ benzoyl peroxide และ retinoic acid ในระยะแรกยานี้ใช้เป็นยาทารักษาฝ้า โดยอาศัยฤทธิ์ที่เป็น competitive inhibitors ของ tyrosinase พบว่าเมื่อใช้ยานี้ทารักษาฝ้า โรคสิวก็ทุเลาขึ้นด้วย และผลดีในการรักษาสิวก็มีรายงานยืนยัน ผลข้างเคียงของยาพบได้บ้าง เช่น อาการแสบ คัน แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ทนได้ อาจจะใช้ Azelaic acid ครีมอย่างเดียวทาเพื่อรักษาสิวชนิดที่ไม่รุนแรงนัก แต่อาจจะใช้ร่วมกันกับยารับประทาน เช่น antibiotics หรือ antiandrogens 20% Azelaic acid cream มีจำหน่ายในชื่อ Skinoren® ใช้ทาผิวหนังวันละ 2 ครั้ง

4. Tretinoin (Trans-retinoic acid; Vitamin A acid) ผลิตภัณฑ์ยามีในรูป cream,lotion และ gel มีจำหน่ายในชื่อ Airol® และ Retin-A® หรืออื่นๆ อีก ความเข้มข้นของยา 0.1%, 0.05% cream หรือ 0.05% liquid, 0.01%, 0.025% gel Tretinoin เป็นยาที่ออกฤทธิ์เป็นยาที่กำจัดหัวสิว (comedolytic agent) ที่ดีที่สุด ช่วยยับยั้งการเกิด comedo ขึ้นใหม่ และทำให้ comedo ซึ่งเกิดขึ้นแล้วหลวมตัวหลุดออกไปง่ายขึ้นtretinoin ไม่ เพียงแต่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนของการสร้าง keratin ภายในขุมขนเท่านั้น ยังสามารถลดจำนวนชั้น stratum corneum ที่ปกติด้วย ดังนั้นการทายา tretinoin จึงช่วยให้ยาตัวอื่นผ่านผิวหนังได้ดีขึ้นด้วยTretinoin เหมาะที่จะใช้ทาเพื่อรักษาสิวหัวดำและสิวหัวขาว (comedo acne) อาจจะใช้ยานี้เพียงอย่างเดียว หรือจะใช้ร่วมกับ benzoyl peroxide gel หรือยาทาต้านเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นๆ ด้วยก็ได้

การรักษารอยแผลเป็นและหลุมสิว                           

ร่องรอยแผลเป็นจากการเป็นสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบ เมื่อสิวอักเสบยุบตัวลงแล้วมักจะทิ้งร่องรอยแผลเป็น หลุมสิวและรอบปรุไว้ที่ใบหน้า ทำให้ใบหน้าไม่เรียบ เป็นหลุมกระจายทั่ว ในการดูแลและรักษาหลุมสิวหรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวอักเสบ อันดับแรกเลยถ้าเกิดจากสิวจะต้องรักษาสิวให้หายก่อน  ส่วนการรักษาหน้าปรุ เป็นหลุม มีหลายวิธีด้วยกัน
   
วิธีแรก คือ การใช้เข็มเข้าไปเขี่ยที่ก้นหลุมแผลเป็นเพื่อสลายพังผืดและกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมา
   
วิธีที่สอง คือ การฉีดฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มลงไปในหลุมอันนั้น แต่จะอยู่ได้เพียง 6 เดือนและต้องทำซ้ำ
   
วิธีที่สาม คือ การกรอหน้า เดิมเคยใช้แปรงลวดหรือหัวขัดกรอหน้า แต่ปัจจุบันเครื่องมือเป็นเลเซอร์ยิงเพื่อปาดผิวหนังให้เรียบเสมอกัน เป็นวิธีที่นิยมทำกันอยู่ในปัจจุบัน  โดยการรักษาต้องทำประมาณ  3-5 ครั้งขึ้นไปจนกระทั่งผิวหนังเรียบ สำหรับการรักษาด้วยเลเซอร์ คนไข้อาจจะรู้สึกเจ็บ ดังนั้นจะมีการทายาชาให้ก่อน  นอกจากนี้เลเซอร์อาจทำให้เกิดรอยดำได้ แต่จะเป็นอยู่ไม่นานก็หายไป
   
ถ้าหลุมสิวลึกมาก การรักษาด้วยเลเซอร์อาจจะได้ผลไม่ค่อยดี เพราะถ้ายิงเลเซอร์ลึกไปอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ ดังนั้นหมอผิวหนังอาจรักษาด้วยวิธีการอื่น  เช่น ใช้เครื่องมือพิเศษตัดแผลเป็นออกแล้วเย็บติดกัน แทนที่จะเห็นเป็นหลุมก็จะเห็นเป็นเส้นจาง ๆ
   
ต้องบอกก่อนว่า เวลาหน้าเป็นหลุมแล้วไม่ใช่ว่ารักษาด้วยเลเซอร์แล้วหลุมจะหายสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน 100 เปอร์เซ็นต์  อาจแค่ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น  ทำให้ดูดีขึ้นกว่าเดิม พอหลุมสิวตื้นขึ้น คนไข้ก็ดูดีขึ้น ผู้หญิงก็สามารถแต่งหน้าได้สบายใจขึ้น
   
สรุปว่าการรักษาขึ้นอยู่กับความลึกของหลุมบนใบหน้า ถ้าหลุมตื้นการใช้เลเซอร์จะได้ผลดี แต่ถ้าหลุมลึก กว้าง ก็จะใช้วิธีผสมผสานหลายอย่างร่วมกัน เช่น กรอส่วนหนึ่ง หรือตัดเย็บแผลใหม่
   
สำหรับการป้องกันไม่ให้หน้าปรุ เป็นหลุมสิว คือ การรักษาสิวให้ถูกวิธี อย่าบีบ อย่าแกะเวลาเป็นสิว  รวมทั้งการกดสิวด้วยตัวเองก็ควรเลี่ยง เพราะมีโอกาสจะทำให้เกิดหลุมสิวได้ง่าย  โดยเฉพาะสิวอักเสบ จะมีโอกาสเกิดแผลเป็นและเป็นหลุมมาก ถ้าไม่ระวัง ไปบีบ ไปแกะ แทนที่หัวสิวจะแตกออกมาข้างนอก ก็แตกข้างใน ทำให้เกิดการระบม อักเสบมากขึ้น ส่วนสิวอุดตันปกติจะไม่ทำให้เกิดหลุม ยกเว้นคนไข้ไปบีบ หรือใช้อะไรไปกดโดยไม่ถูกวิธีจะทำให้เป็นหลุมลึก  คือ การจะเกิดหลุมสิวหรือไม่ขึ้นอยู่กับความลึก ถ้าการอักเสบไม่ลึก หลุมสิวก็จะมีลักษณะตื้นแก้ไขง่าย
   
 ในบางคนเป็นสิวหัวช้างหรือสิวเม็ดโตแถว ๆ คาง แนวขากรรไกร หรือจมูก แทนที่จะเกิดหลุมสิว กลับเป็นแผลนูนขึ้นมาได้เช่นกัน พวกนี้จะรักษาด้วยการฉีดสเตียรอยด์เข้าไป  แต่ถ้าเป็นมากการรักษาก็จะยากขึ้น

ถ้าไม่อยากมีหลุมสิว ผิวหน้าปรุ(ดังภาพบน) อย่าบีบสิวหรือกดสิวเป็นอันขาด โดยเฉพาะเมื่อเป็นสิวในครั้งแรก เมื่อผิวหน้าเป็นหลุมสิวและผิวหน้าปรุแล้ว ยากที่จะเหมือนเดิมได้ จะทำให้ใบหน้าเสียโฉมได้ง่ายๆ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นสิวเมื่อใดก็ตามห้ามบีบสิวและกดสิวเป็นอันขาด
   
ดังนั้นไม่ว่าหน้าจะเป็นหลุมสิว หรือเป็นแผลนูนขึ้นก็ไม่ดีทั้งสิ้น ทางที่ดีที่สุด คือ ตอนเป็นสิวควรดูแลและรักษาให้ถูกต้อง

ถ้าไม่ต้องการให้เกิดแผลเป็นและร่องรอยใบหน้าปรุควรปฏิบัติตัวเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ ต้องไม่กดสิวอักเสบหรือบีบสิวอักเสบ และต้องรักษาสิวอักเสบให้หายเร็วที่สุด อย่าให้เรื้อรัง เพราะถ้าเรื้อรังเป็นเวลานานๆจะทำให้เซลล์ผิวหน้าถูกทำลายมากขึ้น เกิดรอยแผลเป็น ใบหน้าปรุดังภาพข้างบน

ปัญหาสิวอักเสบหรือเป็นสิวที่ใบหน้า ความสะอาดต้องมาอันดับแรก แต่ไม่ใช่เป็นการรบกวนสิวอยู่ตลอดเวลา การทำความสะอาดด้วยสบู่อ่อนๆหรือโฟมเพียงแค่เช้า-เย็นเท่านั้น กรณีที่ผิวหน้ายังมันเหมือนไม่สะอาด ควรใช้กระดาษซับมัน ไม่ควรล้างหน้าบ่อยๆเพราะจะเป็นการรบกวนผิว อาจส่งผลทำให้สิวอักเสบเห่อขึ้นมากกว่าปกติได้

ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่เป็นสิวอักสบ

หลีกเลี่ยงสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง มลพิษต่างๆไม่ควรบีบสิวที่อักเสบหรือกดสิวที่อักเสบ หรือการรบกวนบริเวณที่เป็นสิวบ่อยๆ ไม่ควรขัดผิวหน้าบ่อยๆ เพราะเป็นการกระตุ้นสิว อย่าไปแกะสิวหรือกดสิวเล่น และไม่ควรนำสิ่งแปลกปลอมมาทาหรือกดสิว ไม่ควรใช้มือที่สกปรกจับหรือบีบสิว การใช้สบู่ทำความสะอาดผิวหนังสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบควรเลือกใช้สบู่ชนิดอ่อน ไม่มีส่วนผสมของโซดาไฟ เพราะสารเคมีที่มีฤทธิ์แรงในสบู่มีผลต่อการกระตุ้นการเกิดสิวเร็วขึ้น กรณีใช้สบู่ก้อนทำความสะอาดควรเป็นสบู่อ่อนกลีเซอรีน หรือเป็นสบู่เหลวชนิดอ่อน ไม่ก่อให้เกิดการกระตุ้นสิว ดังนั้น การเลือกใช้สบู่ที่เหมาะสมจะมีผลต่อสุขภาพการเกิดสิวขึ้นได้

                                    
              สบู่เหลวมาสเตอร์คลีนทำความสะอาดสิว

สบู่เหลวมาสเตอร์คลีน เป็นสบู่เหลวชนิดอ่อน ออกแบบมาเพื่อทำความสะอาดสิวและผิวหนังทั่วไป ทำความสะอาดแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของสิวอักเสบและผิวหนังอักเสบทั่วไปได้ดี ใช้ได้ทั้งเด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงวัย

                 
          สั่งซื้อสบู่เหลวมาสเตอร์คลีน / บัญชีธนาคารโอน คลิกที่นี่

สบู่เหลวมาสเตอร์คลีน เป็นสบู่เหลวที่ช่วยทำความสะอาดสิวบนใบหน้าและผิวหนังที่สกปรก สิ่งแปลกปลอมต่างๆคราบไขมันอันเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบของสิวอักเสบและผิวหนังอักเสบทั่วไป สิวผดผื่นหรือผดผื่นคันตามผิวหนัง ใช้เป็นประจำช่วยให้ใบหน้าและผิวหนังมีสุขภาพดี ห่างไกลจากสิวอักเสบ สิวผดผื่นคันและการอักเสบของผิวหนัง

สบู่สิวที่ดีควรเป็นสบู่อ่อนๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นสบู่เหลวได้ยิ่งเป็นการดี เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ร่วมกับคนอื่น ที่อาจติดเชื้อได้ง่ายๆ สบู่สิวไม่ควรใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของโซดาไฟ เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบเร็วกว่าปกติ

เป็นสิวอักเสบที่ใบหน้า, เป็นสิวที่แก้ม



เป็นสิวอักเสบที่หลัง/เป็นสิวที่หลัง

พิชิตสิวอักเสบ/สิวหนอง/สิวหัวช้าง/สิวผดผื่น/ผดผื่นคันตามตัวได้ง่ายๆด้วยมาสเตอร์คลีน ชัดเจนและแน่นอนในประสิทธิภาพ ไม่มีคำว่า " เกินจริง " อย่างแน่นอน

ผลิตภัณฑ์มาสเตอร์คลีนของเรา ใช้ทำความสะอาดได้ดีกับกรณีที่เป็นสิวอักเสบทุกชนิด เช่น สิวอักเสบที่ใบหน้า, สิวอักเสบที่แก้ม, สิวอักเสบที่หน้าผาก, สิวอักเสบที่คาง, สิวอักเสบที่กราม, สิวอักเสบที่ท้ายทอย, สิวอักเสบที่หน้าอก, สิวอักเสบที่หลัง, สิวอักเสบที่หนังศีรษะ, สิวอักเสบที่ไหล่, สิวผดผื่นหรือสิวผดสิวผื่น, ผดผื่นคันตามตัว, เป็นต้น มีปัญหาเป็นสิวอักเสบทุกชนิด หรือต้องการให้ผิวหนังมีสุขภาพดีมาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน

สบู่เหลวมาสเตอร์คลีนใช้ได้กับปัญหาใด ?

1. ทำความสะอาดผิวพรรณทั่วๆไปสำหรับผู้ที่รักษ์สุขภาพ

2. ทำความสะอาดสิวอักเสบ, สิวหัวหนองหรือสิวหนอง, สิวหัวช้างหรือสิวเม็ดใหญ่

3. ทำความสะอาดสิวผดผื่น หรือ สิวผด สิวผื่น ตามส่วนต่างๆของร่างกาย

4. ทำความสะอาดสิวเสี้ยน

5. ทำความสะอาดฝีอักเสบตามผิวหนังภายนอก

6. ทำความสะอาดผดผื่นคันตามร่างกาย ผดผื่นคันตามจุดต่างๆของร่างกาย

7. เชื้อราตามนิ้วมือนิ้วเท้า เป็นตุ่มคันตามนิ้วมือนิ้วเท้า ฮ่องกงฟุต

ใช้สบู่เหลวมาสเตอร์คลีน ทำความสะอาดให้ผิวหนังมีสุขภาพดีห่างไกลจากสิวและผดผื่นคันตามจุดต่างๆของร่างกาย

ผิวหน้าผิวพรรณใสไร้สิวอักเสบ สิวผดผื่น สิวเสี้ยน ทำความสะอาดชำระล้างสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย ผิวหน้านุ่มนวลและชุ่มชื้นด้วย สบู่เหลวมาสเตอร์คลีน ทำความสะอาดได้ล้ำลึก ใช้เป็นประจำช่วยให้สุขภาพผิวกายดี ห่างไกลจากปัญหาสิวต่างๆและปัญหาผดผื่นคันตามตัว ใช้ได้กับทุกสภาพผิว ทั้งผิวแพ้ง่ายและผิวเด็กเล็กทั่วไป เพราะเป็นสบู่เหลวชนิดอ่อนแบบธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือทำอันตรายต่อผิวหนังใดๆ พิสูจน์ถึงประสิทธิภาพได้ที่นี่

ถ้าเข้าใจหลักการและวิธีการดูแลรักษาสิวอย่างถูกวิธี สิวก็เกิดขึ้นยาก

        

     <<  กลับหน้าแรกสั่งซื้อสบู่ทำความสะอาดสิวอักเสบ  >>







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ขายสูตรสิวอักเสบ, ขายทรัพย์สินทางปัญญา, ขายลิขสิทธิ์, ขายนวัตกรรม, ขายโนฮาว, เทคโอเวอร์สูตรสิว